ัญญาล้ำเลิศกันเล่า
เมื่อตรึกตรองให้ถ้วนถี่ก็รู้สึกเย็นวาบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
สายลมเริ่มเย็น ทั้งสองคนซุกมือเข้าไปในแขนเสื้อของชุดขุนนาง สาวเท้าเข้าใกล้ประตูวังมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็ออกจากวังหลวงไป
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่จากสำนักมหาบัณฑิตยังคงอยู่ในห้องทรงพระอักษร
ฟั้ามืดแล้ว ส่วนโคมประทีปก็จุดแล้วเช่นกัน
บริเวณโดยรอบสว่างเจิดจ้า ลำแสงตกกระทบใบหน้าซึ่งสีหน้าแปรเปลี่ยนตลอดเวลาของเสิ่นหลาง นัยน์ตาทั้งสองข้างจ้องจดหมายหลายฉบับที่กางอยู่บนโต๊ะ…เป็นจดหมายที่ตรวจค้นและยึดมาได้จากจวนหย่งอี้โหว!
เหล่ามหาบัณฑิตจากสำนักมหาบัณฑิตผู้มีปากมีเสียงอย่างแท้จริงในราชสำนักยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านล่าง
แสงไฟอันไหวระริกทำให้เงาร่างที่ทอดยาวของพวกเขาขยับวูบไหวตามไปด้วย
เหยียนถิงหัวหน้าสำนักมหาบัณฑิตสูงวัยมากแล้ว เขาหนังตาตก รู้สึกง่วงเล็กน้อย เมื่อเห็นเสิ่นหลางจ้องมองจดหมายเหล่านั้นอยู่นานก็คำนวณเวลาจนรู้ว่าใกล้ถึงกาลที่ประตูวังจะลงกลอน เมื่อเห็นผู้อื่นไม่เปล่งวาจาจึงทำได้เพียงลอบทอดถอนใจ แล้วเริ่มเป็นฝั่ายพูดก่อนด้วยตนเอง“จดหมายเหล่านี้ได้มาจากการติดต่อกันของจวนหย่งอี้โหวกับกบฏผิงหนานอ๋อง แต่ก็อาจเป็นแค่สิ่งที่ใช้ตบตาผู้คน และจวนโหวอาจถูกพวกกบฏหลอกลวงก็เป็นได้ เนื่องจากเรื่องมันก็ผ่านมาตั้งยี่สิบปีแล้ว จะบอกเล่าได้อย่างละเอียดถึงเพียงนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนนับตั้งแต่เห็นจดหมายพวกนี้หลังจ