ากยึดทรัพย์จวนโหวก็จิตใจไม่เป็นสุขนอนหลับไม่ค่อยสนิทมาหลายวันหลายคืนจนถึงขั้นดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยแดงก่ำ ดูแล้วน่ากลัวยิ่งนัก
เมื่อได้ยินเหยียนถิงกล่าวเช่นนี้ก็รู้สึกทนไม่ไหวจนแทบจะก้าวออกมาทันควันยามนี้น้ำเสียงเจือโทสะอย่างชัดเจน “ที่มหาบัณฑิตเหยียนกล่าวมานั้นถูกต้อง จวนโหวติดต่อกับกลุ่มกบฏจริง ทั้งที่เมื่อยี่สิบปีก่อนตอนผิงหนานอ๋องปิดล้อมเมืองหลวง บุตรที่อายุยังไม่ถึงเจ็ดขวบของข้าต้องจบชีวิตอย่างน่าเวทนาใต้คมดาบของพวกกบฏไปแล้วจริง ๆ ! ผู้วายชนม์ก็ล่วงลับไปแล้ว ใช่ว่าเยี่ยนมู่จะไม่รู้ว่าผิงหนานอ๋องกับนิกายสวรรค์เป็นฆาตกรที่ทำให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเซียวของข้าต้องจบชีวิต ในเมื่อรู้ทั้งรู้แต่ก็ยังคิดติดต่อกับคนร้ายอีกจิตใจช่างชั่วร้ายเสียเหลือเกิน มีความคิดพรรค์นี้ก็สมควรถูกประหารแล้ว! จดหมายพวกนี้เป็นแค่ข้ออ้างที่นำมาใช้ติดต่อกับกบฏผิงหนานอ๋องเท่านั้น แท้จริงแล้วเยี่ยนมู่ลอบสมคบคิดกับพวกกบฏ คิดจะล้มล้างราชสำนักต่างหากเล่า!”
“พอได้แล้ว!”
สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน วันนี้ดูเหมือนความอดทนของเสิ่นหลางจะมีน้อยกว่าปกติ เพิ่งฟังทั้งสองคนพูดไปได้แค่ไม่กี่ประโยคก็ทรงตบโต๊ะ พระพักตร์ถมึงทึง พระสุรเสียงเย็นเยียบ
“หากจดหมายที่ใช้ติดต่อกันเป็นของปลอมจะเป็นการดีที่สุด แต่ถ้าหากคำพูดของพวกกบฏผิงหนานอ๋องเป็นความจริงขึ้นมาเล่าจะทำเช่นไร?”
เซียวหย่วนสบสายพระเนตรเสิ่นหลาง