เมื่อคิดว่าหากเด็กคนนั้นยังไม่ตายและถูกเจ้านิกายสวรรค์พาตัวไปจริง เขาก็พลันร่างสั่นสะท้าน!
แทบทุกคนในห้องทรงพระอักษรเป็นขุนนางเก่าแก่ในราชสำนัก ต่อให้ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินความลับภายในวังหลวงที่เกิดเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็พอจะคาดเดาได้จากเบาะแสที่ได้รับมา
ตอนนี้พอได้ฟังเสิ่นหลาง ทุกคนต่างเงียบงันไม่กล้าพูดอะไร
สายลมหนาวจากเบื้องนอกพัดกระทบกระดาษกรุหน้าต่างจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว
เงาของทุกคนทอดตัวบนผนัง
ยามนี้กลับไม่เหมือนห้องทรงพระอักษรที่ใช้ปรึกษาข้อราชกิจ แต่เหมือนวัดเก่าแก่โบราณซึ่งถูกทิ้งร้างกลางหุบเขาลึก เสียงลมดังรุนแรงประดุจเสียงภูตผีโหยไห้ยามราตรี พานให้รู้สึกว่าดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ซึ่งถูกปิดผนึกอยู่ในโลงกำลังจะออกมาจากสุสาน เหยียบย่ำโลหิตซึ่งนองเป็นท้องธารเต็มพื้นมาทวงหนี้คนเป็นอย่างไรอย่างนั้น!
เซี่ยเวยยืนอย่างสงบนิ่งอยู่ตรงหัวมุม เงามืดปกคลุมเขาไปครึ่งร่าง
ทุกคนไม่กล่าวคำในที่สุดเสิ่นหลางก็ทรงมีพระราชหฤทัยระลึกถึงเขาขึ้นมาได้ เคลื่อนสายพระเนตรมองแล้วตรัสถาม “เซี่ยเซียนเซิงมีความเห็นเช่นไร?”
ยามนี้เซี่ยเวยถึงช้อนดวงตาขึ้น เขาค้อมกายคารวะเล็กน้อย “กระหม่อมไม่ค่อยทราบเรื่องกบฏผิงหนานอ๋องเมื่อยี่สิบปีก่อนเท่าใดนัก จึงไม่ทราบว่าจดหมายมีปัญหาหรือไม่ คิดว่าหากติ้งเฟยซื่อจื่อยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ก็นับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว ควรแสดงความยินดีกับท่านกั๋วกงที่ได้ทราบข่าวของบุตรสุดที่ร