์ไป แต่หากมีผู้ใดยังกล้าหยิบยกเรื่องพระราชโองการขึ้นมาหาเรื่องทั้งยังยืนฝั่ายเดียวกับจวนโหวและช่วยพูดจาออกหน้าแทนจวนโหวอีก เมื่อฝั่าบาททรงทราบเรื่องนี้เข้าจะต้องกริ้วอย่างรุนแรงแน่! ถึงตอนนั้นเรื่องนี้ก็ไม่มีความผิดอันใดของเขาทั้งสิ้น สุดท้ายบัญชีนี้ก็ต้องไปตกที่จวนหย่งอี้โหวอยู่ดีไม่ใช่หรือการกลับวังหลวงเพื่อเพิ่มตราประทับดูเหมือนจะไม่ได้เกิดประโยชน์อันใด แต่ที่จริงแล้วกลับได้ประโยชน์มากมายนัก!
ครั้นคิดได้เช่นนี้เซียวหย่วนก็เกือบจะหัวเราะร่าอย่างอดไม่ได้ เมื่อมองเซี่ยเวยอีกคราก็รู้สึกว่าเขาประดุจเซียนแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟั้า ดั่งมหาปราชญ์บนหอสูง ช่างล้ำเลิศไร้ที่ตินัก ดังนั้นจึงชักกระบี่กลับไปอย่างอารมณ์ดี “ในเมื่อเซี่ยเซียนเซิงพูดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเห็นแก่หน้ากันบ้าง เปินกงจะเดินทางกลับวังหลวง เพื่อขอให้ฝั่าบาททรงอนุมัติเรื่องนี้ จากนั้นค่อยกลับมาใหม่อีกครั้ง!”
เซี่ยเวยหลุบตา ไม่เอ่ยวาจาเจียงเสวี่ยหนิงกลับได้ยินเสียงกระซิบกระซาบรอบตัว สายตาของทุกคนเหมือนจะไปจับอยู่ที่ร่างเซี่ยเวย คล้ายมีคนคิดว่าการที่เขาทำเช่นนี้จะถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ภายหลัง
ทว่าหากคิดอ่านให้ลึกซึ้งอีกเพียงนิด ก็อดยอมศิโรราบต่อเซี่ยเวยไม่ได้
เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว ไม่มีสิ่งใดเหนือล้ำไปกว่านี้แล้ว
ขอเพียงคิดดูก็รู้ว่าแขกซึ่งมาร่วมพิธีสวมกวานของเยี่ยนหลินที่จวนหย่งอี้โหวนั้นคงมิใช่คน