นอากาศธาตุมาตลอด ด้วยกลัวจะชักนำภัยมาสู่ตัว
คิดไม่ถึงว่าเซี่ยเวยจะพูดกับเขาเช่นนี้
เซียวหย่วนจ้องมองเขาพร้อมเอ่ยว่า “ท่านรองราชครูก็ยืนฝั่ายเดียวกับตระกูลเยี่ยนด้วยหรือ?”
เซี่ยเวยโบกมือเบา ๆ ทีหนึ่งอย่างนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านเพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ดำเนินพิธีการซึ่งกำลังยืนอึ้งอยู่ด้านข้างถอยออกไป เขายังถึงขั้นหัวเราะเบา ๆ อีกด้วย “ ในเมื่อเปั้าหมายที่ฝั่าบาททรงมีดำริจะจัดการคือจวนหย่งอี้โหว ท่านกั๋วกงที่ทำงานตามรับสั่งจึงเป็นเพียงคนกลางฉะนั้นจะทำสิ่งใดควรละเอียดรอบคอบไว้ก่อนเป็นการดี ตรงนี้ยังมีทหารอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างมากก็แค่เสียเวลาเดินทางกลับไปรอบหนึ่ง ในเมื่อเป็นการรอมชอมให้ทั้งสองฝั่าย เหตุใดถึงไม่กระทำเล่า? มิหนำซ้ำยังเป็นคำขอของสหายร่วมงานที่อยู่ภายในงานเป็นผู้เสนออีก หากฝั่าบาทตรัสถาม ท่านกั๋วกงก็เพียงกราบทูลไปตามความจริงเถิด คิดว่าคงไม่พลอยถูกเอาโทษไปด้วย…”
ทุกคนพอได้ฟังเช่นนี้ต่างสูดลมหายใจหนาวเหน็บ!สายตาที่กำลังมองเซี่ยเวยอยู่รอบด้านฉายแววแปลกประหลาดยิ่งนัก ผู้ที่มีความคิดตื้นเขินหน่อยถึงขั้นไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง
เซียวหย่วนได้ฟังก็ตะลึงงัน จากนั้นจึงบังเกิดปฏิภาณและได้สติกลับมาทันที เซี่ยเวยเหมือนจะช่วยพูดขอร้องให้จวนหย่งอี้โหว แต่แท้จริงแล้วพูดถึงผลลัพธ์ของพวกที่ยืนอยู่ฝั่ายจวนหย่งอี้โหวต่างหาก เมื่อพระราชโองการมาถึง จวนหย่งอี้โหวจะถูกยึดทรัพย์ก็ถูกยึดทรัพย