คนมากเกินไปแล้ว!”
…
เสียงสนับสนุนภายในห้องโถงมีมากขึ้นและดังขึ้นต่อเนื่อง
หากคนกลุ่มนี้รวมตัวในท้องพระโรงก็นับว่าเป็นขุมกำลังที่ไม่อาจดูแคลนได้เช่นกัน
เซียวหย่วนได้ยินเช่นนี้ สีหน้าก็ย่ำแย่ลงไปเรื่อย ๆ
เยี่ยนหลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เลือดอันร้อนระอุภายในอกไหลทะลักจากดวงใจซึ่งกำลังเต้นรัวเร็ว เดือดพล่านจนร่างเขาสั่นเทิ้มเล็กน้อยแม้แต่เบ้าตายังแดงเรื่อ ความฮึกเหิมนั้นประดุจเปลวเพลิงกองหนึ่งซึ่งกำลังแผดเผาความดำมืดและปราการน้ำแข็งที่กดทับอย่างแน่นหนาให้มลายหายไป
เรื่องราวในโลกล้วนเต็มไปด้วยความยากลำบากและภยันตราย แต่น้ำใจของมนุษย์บางครั้งเย็นชา บางครั้งก็อบอุ่น!
หนุ่มน้อยค่อย ๆ กำมือที่อยู่ข้างตัวจนแน่นคิดเพียงว่าจะสลักเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้ประทับตราตรึงในห้วงความทรงจำของเขาเท่านั้น…
เซี่ยเวยในชุดสีขาวพิสุทธิ์ไร้ราคียืนอยู่บนแท่นสูง เขามองสำรวจสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปมาของเซียวหย่วน จากนั้นก็เหลือบมองเสิ่นจื่ออีซึ่งกำลังใช้กระบี่กดเซียวเยี่ยและกำลังประจันหน้ากับเซียวหย่วน สุดท้ายจึงเอ่ยปากออกมา “ติ้งกั๋วกงโปรดถอยออกไปก้าวหนึ่งก่อน”
เซียวหย่วนสังเกตเห็นแต่แรกแล้วว่าวันนี้เขาก็อยู่ที่นี่ด้วย
เพียงแต่ขุนนางทั้งราชสำนักต่างรู้ว่าเซี่ยเวยเป็นขุนนางคนสนิทของโอรสสวรรค์ อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าฝั่าบาททรงเชื่อถ้อยคำของคนผู้นี้มากด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ปฏิบัติราวกับเห็นเซี่ยเวยเป็