หยาดฝนพรำยามเหมันต์ สายลมเหนือพัดผ่าน
เดิมทีบนถนนก็มีผู้คนไปไหนมาไหนไม่มากยามนี้จึงยิ่งเงียบเหงากว่าเก่า
ตลาดทุกแห่งภายในเมืองหลวงมีผู้คนสัญจรน้อย บรรดาเถ้าแก่และเด็กประจำร้านต่างทอดสายตามองท้องฟั้าพลางระบายลมหายใจ
ทว่าชั่วขณะต่อมากลับมีเสียงฝีเท้าม้าดังกุบกับแว่วมาจากปลายถนนอันเงียบสงัดกระหน่ำหนักจนสะเทือนทั่วทั้งแถบ ระคนเสียงตวาดและร้องตะโกน ไม่นานนักแม่ทัพหนวดเคราขาวโพลนสวมชุดเกราะผู้หนึ่งก็ขี่ม้านำทหารม้ากลุ่มหนึ่งห้อตะบึงไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังค่ายทหารรักษาพระองค์ซึ่งตั้งอยู่ตรงประตูเมืองหลวง
ทุกคนเห็นแล้วอกสั่นขวัญหาย
เมื่อขบวนอันดุดันผ่านถนนสายนี้ไป บรรดาเถ้าแก่และเด็กประจำร้านถึงกล้ายื่นศีรษะออกมา ทว่าแต่ละคนหวาดกลัวยิ่งนัก “เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?”
สายลมเหนือโหมพัดรุนแรงยิ่งขึ้น ท้องฟั้าเกลื่อนเมฆครึ้ม
สายฝนโปรยไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นหิมะ ในที่สุดหิมะแรกของเหมันต์นี้ก็ตกลงมาแล้ว
*****
บางครั้งเจียงเสวี่ยหนิงก็คิดว่าสวรรค์ยังสงสารนางอยู่บ้าง
อย่างน้อยก็ทำให้นางได้พบจางเจออีกครา
นางเดินอ้อมบริเวณด้านข้างศาลาริมน้ำ ไม่นานนักก็มาถึงโถงส่วนหน้า เกล็ดหิมะเล็กละเอียดทยอยโปรยปรายลงมาจากท้องนภา นางเห็นแล้วนึกสงสารอยู่บ้าง จางเจอรักสายฝนที่สุดบัดนี้กลายเป็นหิมะ เขาคงไม่ชอบมากเลยสินะ?แขกเหรื่อบริเวณโถงส่วนหน้านั่งจนเต็มแล้ว
นางเองก็อยากเข้าร่วมพิธีด้วย
เพียงแต่ขณะเดินไปจนถึงหัวมุมของระเบ