หนิงซึ่งยืนชมพิธีอยู่กลับใจเต้นรัว…
ขาดไป
คำอวยพรของเซี่ยเวยขาดไป!
สิ่งที่กล่าวในคัมภีร์ว่าด้วยเรื่องจริยะคือการเป็นผู้ใหญ่นั้น ‘ในฐานะที่เป็นบุตร เป็นน้อง เป็นขุนนาง เป็นผู้เยาว์’ สิ่งที่ต้องมีคือ ‘ความกตัญูความเคารพรัก ความจงรักภักดี และความนอบน้อม’ แต่เมื่อครู่เซี่ยเวยพูดเพียง ‘ในฐานะที่เป็นบุตร เป็นน้อง เป็นผู้เยาว์’ เท่านั้น ไม่ได้เอ่ยถึง‘เป็นขุนนาง’ และยิ่งไม่ได้เอ่ยถึง ‘ความจงรักภักดี’ แม้เพียงครึ่งคำ!
เยี่ยนหลินเงยศีรษะขึ้นมาตอนนั้นเช่นกันสายตาคมปลาบและเย็นชาทิ่มแทงใบหน้าเซี่ยเวยโดยตรง
เซี่ยเวยหลุบตาครอบกวานหยกลงบนศีรษะเยี่ยนหลิน กล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก้มศีรษะ”เยี่ยนหลินอารมณ์พลุ่งพล่านราวกับแม่น้ำบังเกิดระลอกคลื่น ทั้งประหลาดใจทั้งตกตะลึงแต่กระนั้นยามนี้เขาก็ไม่กล้าเผยสีหน้าอันใดแม้แต่น้อย หลังจากมองเซี่ยเวยอยู่นาน สุดท้ายก็ก้มศีรษะลงไปตามที่อีกฝั่ายสั่ง
ผู้ดำเนินพิธีจึงส่งปินไม้ให้
เซี่ยเวยรับมา
แต่ขณะที่เขากำลังจะเสียบปินไม้เข้าไปในกวานหยกเพื่อยึดมวยผมให้เยี่ยนหลิน ทันใดนั้นก็บังเกิดเสียงโหวกเหวกของอาวุธและทหารจากภายนอกจวนหย่งอี้โหว คล้ายมีเสียงองครักษ์ตวาดลั่นตรงประตูว่า “พวกเจ้าจะทำอะไร”จากนั้นก็เงียบไปทันที สิ่งที่ตามมาคือเสียงอุทานตกใจและเสียงร้องโอดโอยระคนเสียงตวาดกึกก้องจากคนผู้หนึ่ง “ฝั่าบาทมีพระราชโองการจวนหย่งอี้โหวสมคบคิดคนชั่ว คิดก่อกบฏ ยุยงให้กอง