วเยี่ยหัวฟัดหัวเหวี่ยงยกใหญ่ ต้องการให้จับกุมคนตระกูลเจิ้งขังคุกทั้งหมดแทน
ผู้ที่สนทนากับเจียงปั๋อโหยวเมื่อสักครู่คือผู้ว่าการศาลาว่าการเมืองซุ่นเทียน
เรื่องเช่นนี้เมื่อตกมาถึงมือเขาก็เฉกเช่นเผือกร้อนที่ลวกมือ ด้วยเหตุนี้จึงมาโอดครวญกับเจียงปั๋อโหยว
ขณะนี้เกิดเรื่องราวมากมาย สำหรับขุนนางทั้งหลายแล้ว มีเพิ่มขึ้นเรื่องหนึ่งไม่สู้มีน้อยลงเรื่องหนึ่ง กับเจียงปั๋อโหยวก็เป็นเยี่ยงนี้เช่นกันแต่หากเจิ้งเปั่าผู้นี้มีบุญคุณกับยายหนูหนิงในวังหลวง มิหนำซ้ำสหายน้อยเซี่ยจวีอันยังบอกอีกว่าคนผู้นี้มีอนาคตไกล เรื่องราวก็จะแตกต่างไปแล้ว
เขาขมวดคิ้วมุ่นอย่างใคร่ครวญ
สุดท้ายก็กล่าวกับเจียงเสวี่ยหนิงว่า “เรื่องนี้ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าวางใจได้”
พิธีสวมกวานกำลังจะเริ่ม ทุกคนต่างเข้าไปกันหมดแล้ว
เจียงปั๋อโหยว “เจ้ามาพร้อมองค์หญิงใหญ่สินะ? ไปเถอะ พวกเรารีบเข้าไปกัน”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าเจียงปั๋อโหยวคงมีแผนการแล้ว นางจึงไม่เอ่ยถามให้มากความ เพียงขานรับว่า “เจ้าค่ะ” ก่อนจะเดินตามเจียงปั๋อโหยวเข้าไปในห้องโถง
แม้จวนหย่งอี้โหวจะไม่ได้อยู่ในช่วงรุ่งโรจน์แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็มีแขกเหรื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศนั่งกันเต็มห้องโถง เมื่อมองเข้าไปก็เห็นเซี่ยเวยอยู่ตรงที่นั่งแขกคนสำคัญได้ภายในปราดเดียว ข้างกายเขาคือผู้ดำเนินการในพิธีของเยี่ยนหลินในวันนี้
เจียงเสวี่ยหนิงมองผ่าน ๆ คราหนึ่ง จึงพบว่าเกือบครึ่งเป็นใบหน้าที่คุ้