เมื่อออกจากตำหนักเฟิงเฉิน เจียงเสวี่ยหนิงก็นำขนมแผ่นท้อที่ยังกินไม่หมดไปด้วย
เซี่ยเวยมองนาง
นางยังพูดด้วยใบหน้าจริงจังเปียมเหตุผลอีกว่า “เซี่ยเซียนเซิงเข้าออก วังหลวงเป็นประจำคิดว่าคงไม่ได้นำของว่างเข้า ๆ ออก ๆ ด้วย ขนมแผ่นท้อจานนี้จึงวางอยู่ในตำหนักไร้ผู้ลิ้มรส หากวางจนถึงพรุ่งนี้เกรงว่าคงไม่อร่อยแล้ว ไม่สู้ให้ศิษย์นำกลับไปดีกว่าเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยไม่เอ่ยวาจา
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงถือว่าเขาอนุญาตแล้ว
นางหิ้วกล่องอาหารในมือ สาวเท้ายาว ๆก้าวออกจากตำหนักเฟิงเฉิน อย่างไรเสียข้าก็เผยพิรุธไปแล้ว เสแสร้งก็เสแสร้งไปแล้ว หากเซี่ยเวยดูไม่ออกก็แล้วไปเถอะ แต่หากดูออกขึ้นมา ข้าก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดหรือการตัดสินใจของเขาได้อยู่ดี เช่นนั้นไม่สู้ฉวยโอกาสที่ศีรษะยังตั้งอยู่บนคอ มีชีวิตอยู่หนึ่งวันก็คือหนึ่งวัน กินได้อีกนิดก็กินไปยังดีกว่า ขนมแผ่นท้อซึ่งใช้ชีวิตแลกมานี้ หากจะนำกลับไปกินต่อย่อมเป็นเรื่องธรรมดา!
เมื่อเข้าใจจุดนี้ ฝีเท้านางก็กระฉับกระเฉงขึ้นมาตัวคนเดินบนถนนแต่คล้ายกำลังจะเหาะอย่างไรอย่างนั้น
เซี่ยเวยมองนางจากทางด้านหลัง รู้สึกเพียงว่าสุขทุกข์ของนางล้วนแสดงออกอย่างจริงใจและเรียบง่ายเหลือเกิน
*****
ในบรรดาพระสหายร่วมศึกษาในเรือนหยางจื่อ มีเพียงเจียงเสวี่ยหนิงที่ถูกเซี่ยเวยรั้งให้อยู่ต่อเพื่อเรียนและฝึกพิณเพิ่มเติม เวลาของผู้อื่นจึงไม่ตรงกับนาง ขณะผู้อื่นกำลังพักผ่อน นางอาจเพิ่งจะกลับ