บกลุ่มกบฏหลังจากเหตุการณ์ผ่านมาตั้งหลายปีล่ะเจ้าคะ?”
“เป็นดังที่ข้าคิด แม้แต่เจ้ายังรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลใช่หรือไม่?” เจียงปั๋อโหยวส่งเสียงหัวเราะขื่น “ก็เพราะเช่นนี้ถึงยิ่งทำให้เรื่องนี้ดูถูกต้องเป็นจริง สุดท้ายแล้วจิตใจของบุพการีในใต้หล้าก็น่าสงสารเวทนายิ่งนัก!”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงัน
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจียงปั๋อโหยวถึงกล่าวเช่นนี้
เจียงปั๋อโหยวเห็นนางฉงนจึงเอ่ยอย่างเนิบช้า“ต้นเหตุทั้งหมดของเภทภัยนี้มาจากเหตุน่าสลดของ ‘เด็กผู้ทรงคุณธรรมสามร้อยคน’ เมื่อยี่สิบปีก่อน ผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ ถึงทั้งสามตระกูลจะไม่เคยปั่าวประกาศให้บุคคลภายนอกรับรู้และทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่บัดนี้คลื่นใต้น้ำเอ่อท้น ทำให้เพิ่งรู้ว่าพวกเขาไม่เคยลืมเลือนเลย โดยเฉพาะจวนหย่งอี้โหวที่ยิ่งระลึกถึงเรื่องนี้อยู่ภายในใจมาโดยตลอด…”
นี่เป็นเรื่องเล่าซึ่งก่อนหน้านี้เจียงเสวี่ยหนิงเคยทราบมา
เพียงแต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ฟางเมี่ยวเล่าในเรือนหยางจื่อ ถ้อยคำของเจียงปั๋อโหยวกลับมีเนื้อหาที่ฟางเมี่ยวไม่รู้อยู่ด้วยบางทีนี่ก็อาจยังเป็นแค่มุมหนึ่งของภูเขาน้ำแข็ง
“ตระกูลเซียวกับตระกูลเยี่ยนเคยวิวาห์เชื่อมสัมพันธ์กัน ขณะนั้นเซียวไทเฮาดำรงพระยศเป็นฮองเฮาอยู่ในวังหลวง เซียวหย่วนรับสืบทอดบรรดาศักดิ์เป็นติ้งกั๋วกง อีกทั้งได้เซียวไทเฮาเป็นแม่สื่อ จึงสู่ขอสตรีแซ่เยี่ยนผู้เป็นพี่สาวของหย่งอี้โหวเป็นภรรยา ไม่นานนักก็มีบุต