ตอนนี้เอง สายตาของคนทั้งตำหนักต่างไปอยู่ที่ร่างของนางกำนัล
บารมีของโอรสสวรรค์แผ่กดดันลงมาจากเบื้องบน
ในมุมมองของพวกคนที่นับตั้งแต่เข้าวังมาก็รู้แล้วว่าฮ่องเต้เป็นผู้กุมชะตาความเป็นความตายสถานการณ์ ณ ยามนี้น่าหวั่นเกรงยิ่งนัก ล้วนดูออกว่านางหน้าถอดสีในบัดดล ทว่าฝั่ามือซึ่งแนบอยู่บนพื้นกลับออกแรงกำแน่น คล้ายกำลังตกอยู่ในสภาวะที่ต้องพยายามต่อสู้ดิ้นรนอย่างรุนแรง
นางโขกศีรษะกับพื้นอย่างขวัญหนีดีฝั่อ “ทูลฝั่าบาท บ่าวไม่มีผู้ใดคอยบงการเบื้องหลังทั้งสิ้นเพียงแต่บ่าวเห็นคุณหนูรองเจียงซึ่งเป็นแค่พระสหายร่วมศึกษาเข้าวังมาก็ถึงขั้นพูดจายุยงและประจบสอพลอองค์หญิงใหญ่ เนื่องด้วยต้องการแตกต่างจากพระสหายร่วมศึกษาคนอื่นไปเสียทุกเรื่องเพคะ อีกทั้งเดิมทีพวกบ่าวก็ตั้งใจปรนนิบัติรับใช้อยู่แล้ว ทว่าหลังจากองค์หญิงใหญ่เสด็จออกมาจากห้องของนางกลับตรัสว่าพวกบ่าวปรนนิบัติไม่ดี ทั้งยังตรัสอีกว่าสำนักพระราชวังเพิกเฉยละเลย บ่าวจึงรู้สึกไม่เป็นธรรม ดังนั้นเมื่อได้ยินจากตำหนักอื่นว่าวังกงกงนำคนมาตรวจค้นตำหนักก็เกิดมีผีสางมาดลจิตใจ คิดวิธีใส่ความเช่นนี้ออกมาได้ ขอฝั่าบาทและไทเฮาโปรดพระราชทานอภัยด้วยเพคะ…”
โครม!
ของประดับทั้งหมดซึ่งจัดวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์เคลือบเงาตัวยาวถูกกวาดทิ้งลงพื้น
เสิ่นหลางเคยประสบการแก่งแย่งชิงดีภายในวังหลวง ไหนเลยจะดูไม่ออกว่านางกำนัลผู้นี้กำลังโกหก กริ้วขึ้นมาทันที “เพ้อเจ้อเหลวไหลถึงตอน