นางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมีคนนำวิธีการอันสารเลวต่ำช้าที่สุดในการต่อสู้แย่งชิงในวังหลวงเช่นนี้มาใช้กับตน
ชาติก่อนเมื่อเจียงเสวี่ยหนิงแต่งงานออกไปแล้วก็เป็นพระชายาหลินจืออ๋อง อีกทั้งเรือนหลังของเสิ่นเจี้ยก็หมดจดไร้ผู้ใด ช่วงแรกที่เข้าวังสถานะของนางมั่นคง ได้ปกครองวังหลัง แล้วผู้ใดเล่าจะกล้ามาทำร้ายนางซึ่งหน้า จนต่อมาเซียวซูได้เข้าวัง นางถึงเริ่มประสบอันตรายอันแกร่งกล้าอย่างแท้จริง
ทว่าการแย่งชิงตำแหน่งฮองเฮา แต่ไหนแต่ไรมาก็มิใช่การแย่งชิงของฝั่ายในนางและเซียวซูต่างรู้ดีว่าลูกเล่นเล็กน้อยของฝั่ายในเช่นนี้ไม่อาจสร้างผลกระทบต่อภาพรวมและถือเป็นวิธีการชั้นต่ำ กำลังหลักของการต่อสู้แย่งชิงจึงอยู่ที่ฝั่ายหน้าทั้งสิ้น แม้จะไม่ได้ต่ำช้าและโหดเหี้ยมเหมือนลูกเล่นของพวกฝั่ายใน แต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดยิ่งกว่า อำมหิตยิ่งกว่า
คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่ไม่เคยประสบพบเจอในชาติก่อน ชาตินี้กลับมาชดเชยให้นาง
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกว่าช่างน่าเย้ยหยัน
แค่ว่าพอนึกดูอีกที หากคิดจะทำร้ายใครย่อมมีวิธีการเป็นพันเป็นหมื่น ไม่ว่าจะรู้ทันหรือไม่ เภทภัยนี้อย่างไรเสียก็ต้องประสบเมื่อตกอยู่ในสภาวะคับขันอย่างฉุกละหุกนางกลับสงบเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงถอนสายตาที่กวาดมองผู้คนนางมองวังเฉวียนซึ่งกำลังถือกระดาษแผ่นนั้นอยู่“นี่มิใช่สิ่งของของข้า”
วังเฉวียนแค่นหัวเราะ “ค้นได้มาจากห้องของท่าน แล้วยังจะไม่ใช่ของท่าน