อีกหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“หากเป็นตามคำกล่าวของวังกงกง ห้องของข้าอยู่ในวังหลวง กระดาษแผ่นนี้ถูกค้นได้มาจากห้องของข้า นั่นเท่ากับว่าค้นได้จากวังหลวงเช่นนั้นควรเอาโทษนี้ไปลงกับผู้ใด?”“เถียงข้าง ๆ คู ๆ !” วังเฉวียนคิดไม่ถึงว่าพอความตายมาเยือนนางกลับคารมคมคายขึ้นมาเสียได้ เขาพลันเดือดดาล “ข้าว่าท่านไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา! วันนี้ต้องทำให้ท่านรู้ว่าวังหลวงหาใช่สถานที่ที่ท่านจะมาทำตัวโอหังอวดดีไม่! คุมตัวนางไป!”
เจียงเสวี่ยหนิงกลับตวาดถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาทันที “เจ้าอาศัยอะไรมาคุมตัวข้าไป?!”
ทีแรกผู้คนโดยรอบเพียงตกใจอยู่บ้าง จนต่อมาเมื่อเห็นว่าประโยคแรกของเจียงเสวี่ยหนิงท้าทายวังเฉวียนอย่างเปิดเผยสีหน้าก็ตื่นตระหนก นึกว่านางเสียสติไปแล้ว วังกงกงเป็นถึงหัวหน้าขันทีผู้ดูแลสำนักพระราชวังเชียวนะ!วังเฉวียนเองก็คิดไม่ถึงว่านางจะพูดใส่ตนว่าไม่มีคุณสมบัติ อดหัวเราะอย่างดูแคลนคราหนึ่งไม่ได้ “การตรวจค้นครั้งนี้เป็นพระราชเสาวนีย์ของไทเฮา รับสั่งตั้งแต่แรกแล้วว่าหากมีผู้ต้องสงสัยภายในวังหลวงต้องจับตัวทั้งหมดทันที! อย่ามัวพูดจาไร้สาระ พวกเจ้าคุมตัวนางกลับไปกรมราชทัณฑ์หลวง รอให้ไทเฮาทรงจัดการในวันพรุ่งนี้!”
เจียงเสวี่ยหนิงกลับเอ่ยว่า “ข้าไม่ใช่คนในวัง”
เสียงของนางเยือกเย็นและเรียบนิ่งอย่างยิ่งยวด ถึงขั้นแฝงความเย็นชาอันน่าตื่นตระหนกอยู่หลายส่วนอีกด้วย บรรดาขันทีน้อยซึ่งเดิมทีจะ