เข้ามาคุมตัวพากันนิ่งอึ้งวังเฉวียนเองก็งุนงง
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องเขาเขม็ง “ข้าเข้ามาเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่ เป็นบุตรีคนรองที่กำเนิดจากภรรยาเอกของเจียงปั๋อโหยวซึ่งเป็นขุนนางขั้นสามของราชสำนัก ทั้งยังไม่ใช่พระสนมพระชายา และยิ่งไม่ใช่นางกำนัลด้วย การที่กรมราชทัณฑ์หลวงต้องการคุมตัวข้าข้าซึ่งเป็นอิสตรีอ่อนแอย่อมยากจะขัดขืนอยู่แล้วแต่ขอเชิญวังกงกงพิจารณาให้ดีเช่นกัน หากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าข้าบริสุทธิ์ไร้ความผิด แต่กลับเป็นอะไรไป ที่กรมราชทัณฑ์หลวงละก็…”
นางจะไม่รู้จักเรือนจำของกรมราชทัณฑ์หลวงได้อย่างไรกันเล่าคนเป็นเข้าไปก็เท่ากับชีวิตหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
บัดนี้แม้แต่ในห้องตัวเองแท้ ๆ ยังถูกค้นจนพบสิ่งของของ ‘โจรกบฏ’ ได้ ขืนเข้าไปในเรือนจำของกรมราชทัณฑ์หลวง มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง หากได้รับบาดเจ็บหรือเสียโฉมขึ้นมา ครั้นรอดออกมาได้แล้วจะไปทวงความเป็นธรรมกับผู้ใด
เพราะฉะนั้นนางจะไปไม่ได้เด็ดขาด
วังเฉวียนถือว่าขลุกอยู่ในวังหลวงมานานหลายปีแล้ว เคยช่วยงานเจ้านายที่มีสิทธิ์มีเสียงในวังหลวงจำนวนไม่น้อย วิธีการลงทัณฑ์บางอย่างเขาย่อมรู้แจ้งแก่ใจ
เพียงแต่เพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่ก็ต้องจุดไฟสามกอง[1]
ไม่ง่ายดายเลยกว่าจะรอให้คนในสำนักพระราชวังพวกนั้นถึงคราวเคราะห์จนถึงทีตัวเองได้เลื่อนขั้น เขาจึงคิดจะใช้โอกาสนี้แสดงความสามารถต่อหน้าพระพักตร์ไทเฮาเสียหน่อยถึงได้ทำเร