ยนภายในตำหนักเฟิงเฉินสามารถนำมาเปรียบเทียบได้ ขอไทเฮาทรงไต่สวนด้วยความยุติธรรมด้วย แม้หม่อมฉันจะไม่ทราบว่ากระดาษแผ่นนี้มาอยู่ในห้องของหม่อมฉันได้อย่างไร แต่หม่อมฉันมิได้เป็นคนทำแน่นอนเพคะ”
เซียวไทเฮา “เจ้าผลักไสเสียจนหมดสิ้นเชียวนะ”
เจียงเสวี่ยหนิง “ผู้บริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์ หม่อมฉันปราศจากเรื่องให้ละอายใจเพคะ”
“…”
ทันใดนั้นเซียวไทเฮาก็พบว่ากิริยาท่าทีของสตรีผู้นี้ในยามนี้ต่างจากตอนเข้าวังมาถวายพระพรครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง
นางจิกกระดาษแผ่นนั้น แววตาดำทะมึน
นางหยุดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นถึงเอ่ยว่า “บิดาเจ้าคือเจียงปั๋อโหยว?”
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นเซียวไทเฮามีท่าทีเช่นนี้ก็รู้ว่าผิดปกติ ใจกระตุกวูบทันที ตอบกลับไปว่า “เพคะ”
เซียวไทเฮา “เช่นนั้นจวนตระกูลเจียงของเจ้ากับจวนหย่งอี้โหวคงใกล้ชิดสนิทสนมกันพอสมควรเลยใช่หรือไม่? อย่างไรเสียข่าวลือก็ต้องมีมูล เจ้ากับเยี่ยนหลินเกือบจะเจรจาเรื่องการแต่งงานกันแล้วสินะ”
เจียงเสวี่ยหนิงตื่นตระหนก
นางเงยศีรษะมองเซียวไทเฮาในบัดดล แลเห็นความอำมหิตฉายวาบภายในดวงตาอย่างชัดเจน
เซียวไทเฮาปัดถ้วยชาหยกตรงโต๊ะเบื้องหน้าทิ้งพลางตวาดว่า “เด็ก ๆ ลากตัวนางออกไปโบยข้างนอก โบยจนกว่านางจะยอมรับสารภาพ ดูสิว่าปากนางหรือว่าไม้โบยจะแข็งกว่ากัน!”
จนถึงตอนนี้ ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงยืนยันได้แล้วว่า…
จวนหย่งอี้โหวเกิดเรื่องแล้ว!
ส่วนใครเป็นผู้ใส่ความนางยังระบุไม่ได้ ทว่าเซียวไทเ