ฮากระทำเช่นนี้กลับต้องการจะให้ผู้มีส่วนเกี่ยวพันกับจวนหย่งอี้โหวทั้งหมดถึงที่ตาย
นางมารเฒ่ายังคงเป็นนางมารเฒ่า!
เจียงเสวี่ยหนิงชาติก่อนเคยตายมาแล้ว เมื่อถูกเหตุการณ์ซึ่งประดังประเดเข้ามาบีบคั้นจนตกในห้วงแห่งความสิ้นหวังก็ทุ่มสุดตัวโดยไร้ซึ่งความกริ่งเกรงใด ๆ อีกต่อไป นางดึงปินทองบนศีรษะลงมากุม ตวาดด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า “ใครบังอาจมาแตะต้องข้า?!”
ขันทีน้อยซึ่งขนาบเข้ามาจับกุมตัวนางต่างตื่นตะลึงเพราะเสียงนี้จากนั้นก็เห็นปินทองในมือนางบัดเดี๋ยวก็ชี้พวกเขา บัดเดี๋ยวก็จ่อลำคอตัวเอง ทำเอาตกใจแทบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบทั่วร่าง
พวกเหยาหรงหรงเองก็ผวาจนส่งเสียงกรีดร้อง
เหล่าพระสหายร่วมศึกษาซึ่งเดิมทีเดินทางมาพร้อมนางรีบถอยหลังอย่างแตกตื่น
แม้แต่เซียวไทเฮายังไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้มาก่อน พลันรู้สึกตื่นตระหนก“บังอาจ เจ้าทำอะไรน่ะ!”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้อันตรายถึงขีดสุด
สภาวะเช่นนี้กระตุ้นนิสัยดุร้ายที่ฝังลึกมานานของนาง ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่านางไม่ถูกชะตานางมารเฒ่านี้มาตั้งแต่ชาติก่อนแล้วด้วย
ครั้นควบคุมสติสัมปชัญญะซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนเองได้แล้ว เจียงเสวี่ยหนิงก็จ้องเซียวไทเฮาและเอ่ยว่า “ราชวงศ์ของเรามีกฎหมายบัญญัติเอาไว้ วังหลังห้ามก้าวก่ายงานราชกิจ! ไทเฮาและฮองเฮาทรงเป็นนายแห่งตำหนักทั้งหก ทรงเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน ทว่าเสวี่ยหนิงหาใช่ผู้ที่อยู่ใน