นี้ถึงแม้นางไม่คิดเข้าร่วมการแก่งแย่งชิงดีภายในวังหลวงและตั้งใจว่ารอให้ครึ่งปีผ่านพ้นก็จะเก็บสัมภาระหนีหายจากไปให้ไกล ทว่าก่อนจะหนีหายจากไปได้ ‘อย่างน้อยข้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ให้ถึงตอนนั้นเสียก่อน…’
เมื่อปิดประตูห้องก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงดวงตาทั้งสองข้างจดจ้องแสงเงาที่ฉายผ่านบานหน้าต่างและสาดส่องลงบนยอดมุ้งลายปัก เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าตนเองต้องทำอะไรสักอย่างบ้างแล้ว
ก่อนอื่น เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ค่อยจะต้อนรับนางสักเท่าไร นางมีข้อได้เปรียบอะไรบ้าง
‘ชาติตระกูล?’
นางอยู่แค่ระดับกลาง ไม่สูงไม่ต่ำ
‘ความชื่นชอบจากผู้สูงศักดิ์?’นางมีเสิ่นจื่ออีก็จริง ทว่าผู้มีสถานะที่สามารถพูดจาภายในวังหลวงได้ไม่ได้มีแค่เสิ่นจื่ออีเสียหน่อย
‘ฉลาดปราดเปรื่อง?’
นางรู้จักสังเกตน้ำเสียงและสีหน้าคนพฤติกรรมก็เหมาะสมกว่าชาติที่แล้วมาก แต่เมื่อเทียบกับผู้ที่มีสติปัญญาเฉียบแหลม นางก็คงเป็นแค่พวกหัวไวและฉลาดในเรื่องไม่เป็นเรื่องเท่านั้นไม่ได้เหนือล้ำกว่าผู้อื่นสักเท่าไร
เพราะฉะนั้นจุดเด่นที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ที่สุดของนางจึงมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการเกิดใหม่ซึ่งทำให้ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้านางรู้หลายสิ่งที่ผู้อื่นไม่รู้ อีกทั้งรู้ในหลายสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดในปัจจุบัน ถึงขั้นรู้จักคนที่นางยังไม่ได้พบหน้าตอนนี้อีกด้วย
นี่หมายความว่านางครอบครองโอกาสมากกว่าผู้อื่น
แสวงหาผลประโยชน์และหลีกเลี่ยงอันตรายทำความรู้จักและจำแนก