ระหนักรู้ มิหนำซ้ำยังตรงไปตรงมาอีกด้วย บอกสถานการณ์ของตนเองต่ออำมาตย์เหยาอย่างชัดเจน ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้จวนตระกูลเหยา ทั้งยังไม่ได้ต้องการเกาะสถานะอันสูงส่งของจวนตระกูลเหยา กลับเป็นฝั่ายเสนอการถอนหมั้นด้วยตัวเองก่อน
ยามนี้ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แต่เดิมของเหยาซีพลันแดงก่ำ จากนั้นก็ซีดเผือดอีกครา คล้ายรู้สึกอับอายและทั้งคล้ายละอายใจ สุดท้ายก็น้ำตาคลอหน่วย
ก่อนหน้านี้ไม่รู้จัก
ทว่าเมื่อได้อ่านจดหมายที่จางเจอเขียนให้บิดาฉบับนี้ก็รู้แล้วว่าเป็นบุคคลล้ำเลิศเพียงใดและรู้ว่าตนพลาดคู่ครองที่เป็นคนเช่นไรไปแล้ว
ส่วนตัวเองก่อนหน้านี้ยังคิดหาแผนการใส่ความบังคับให้คนเขาถอนหมั้น…
นอกเหนือจากความรู้สึกผิดบาป ยังมีความคับแค้นเสียใจที่ยากจะเอื้อนเอ่ยถั่งท้นขึ้นมาอีกด้วย…
เหยาซีเองก็บอกไม่ถูกว่านางมีความรู้สึกเช่นไรกันแน่
มีแค่น้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย นางวางจดหมาย ซุกใบหน้ากับวงแขน ฟุบโต๊ะและเริ่มร้องไห้โฮ
ทุกคนตกใจจนอึ้งเซียวซูและเฉินซูอี๋เดินไปข้างกายนางแล้วรีบเอ่ยถาม “จดหมายจากใต้เท้าเหยาไม่ใช่หรือเนื้อความว่าอย่างไรบ้าง?”
เหยาซีเพียงร้องไห้ไม่ตอบคำ
เจียงเสวี่ยหนิงกลับเคลื่อนสายตาไปยังจดหมายซึ่งถูกเหยาซีใช้แขนทับไว้กว่าครึ่งแผ่นเมื่อเห็นลายเส้นอักษรอันผอมบางและแข็งกระด้างก็หัวเราะโดยไร้เสียง
ที่แท้ตัวอักษรของเขาก็เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่แรก…
นางนึกว่าฝึกเขียนสำเร็จในภายหลังเสียอีกจางเจอเอ๋ย…
เปิดเผยต