(1)วันนี้เจียงเสวี่ยหนิงกลับจวนดึกมาก
กว่าจะล้างหน้าล้างตาและบ้วนปาก รวมถึงนอนลงบนเตียงที่ปูเอาไว้เรียบร้อยก็ล่วงเข้ายามวิกาล
สร้อยข้อมือดอกมะลิที่เยี่ยนหลินรัดให้บนข้อมือบางถูกปลดอย่างทะนุถนอมและวางลงบนโต๊ะเครื่องแปั้งอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ ลอยมาถึงข้างหมอน เบาบางเป็นอย่างยิ่งทว่าก็ยังแทรกซึมล่วงลึกเข้าไปในห้วงแห่งความฝันอยู่ดี
เพียงแต่เมื่อตื่นในเช้าวันต่อมา สร้อยข้อมือดอกมะลิบนโต๊ะเครื่องแปั้งวงนั้นก็สิ้นสภาพไปเสียแล้ว
กลีบดอกซึ่งเดิมทีผลิบานเต็มที่แห้งเหี่ยวประหนึ่งสูญเสียน้ำและความมีชีวิตไปอย่างไรอย่างนั้น เผยให้เห็นสภาพใกล้โรยรา
ดอกมะลิช่วงฤดูเหมันต์ย่อมงดงามอย่างยากจะได้พบเห็นอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการผลิบาน
เจียงเสวี่ยหนิงยืนหลุบตามองมันหน้ากระจกเนิ่นนาน
ก่อนจะหยิบขึ้นมา วางในกล่องขนาดเล็กสำหรับเก็บเครื่องหอมใบหนึ่ง แล้วนำกล่องนั้นไปวางตรงหัวโต๊ะ
วังหลวงให้เวลาพระสหายร่วมศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกกลุ่มนี้กลับมาบ้านเพื่อพบบุพการีบอกลาคนในครอบครัว และเตรียมการเพื่อเข้าไปพำนักภายในวังหลวงเพียงสองวัน เวลาถือว่าไม่พอเลยจริง ๆ พลบค่ำของวันนี้ก็ต้องเข้าวังอีกหนแล้ว
สาวใช้และหญิงรับใช้ภายในเรือนต่างช่วยเจียงเสวี่ยหนิงจัดเก็บข้าวของ
ส่วนตัวนางกลับไม่จำเป็นต้องยุ่งวุ่นวายอันใดทำเพียงนั่งเหม่อตรงระเบียงเบื้องนอก ขบคิดถึงสถานการณ์ปัจจุบันและสภาพของต