ักที่จะรู้ว่าดอกมะลิบานสามฤดู
เพียงแต่ต้องดูแลเป็นอย่างดี
ดอกมะลิปลายฤดูสารทต้นเหมันต์ยิ่งหายากมีค่าเป็นล้นพ้นเฉกเช่นน้ำใจของหนุ่มน้อย
ทันใดนั้นเจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกแค้นใจตนเองอยู่หน่อย
ครั้นเยี่ยนหลินเห็นนางนิ่งเงียบ จึงประคองใบหน้านางขึ้นพิศ “หรือว่าจะโมโหจริง ๆ ?”
เจียงเสวี่ยหนิงส่ายหน้า
นี่ก็ดึกมากแล้วถึงแม้เยี่ยนหลินจะโหยหาเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับนาง แต่ก็ไม่กล้าให้นางกลับดึกเกินไปเช่นกันผนวกกับความหวั่นกลัวต่อฤดูสารทอันแสนจะวุ่นวายในยามนี้ เขาไม่อาจทำลายชื่อเสียงนางได้อีกต่อไป จึงจำต้องส่งนางกลับ
ทั้งสองเดินจูงมือลงมาจากเหลาเฉิงเซียว
เยี่ยนหลินกางร่ม ประคองนางขึ้นรถม้า
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ใต้ร่ม เงยศีรษะขึ้นมองเขา แพขนตาดกหนาใต้เงามืดกระเพื่อมไหวเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาหวิวว่า “เยี่ยนหลิน วันหลังอย่าดื่มสุราได้หรือไม่? ข้ากลัว”
อย่าดื่มสุรา!?
เยี่ยนหลินไม่เข้าใจ อยากจะย้อนถามเหลือเกินว่ามีบุรุษอกสามศอกสักกี่คนที่ไม่ดื่มสุราทว่าครั้นหลุบตาแล้วสัมผัสสายตาอันเปราะบางซึ่งซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังความอ่อนโยนของนาง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขารู้สึกคล้ายมีบางแห่งภายในจิตใจถูกทิ่มแทงจนเจ็บปวด จึงหัวเราะอย่างโอนอ่อนผ่อนตามและตามใจ รับปากนางว่า “ได้”