่าประหลาด
เยี่ยนหลินได้ยินแล้วก็หลับตาแน่น
ผ่านไปเนิ่นนานเขาถึงปล่อยตัวนาง ดวงตาชื้นเล็กน้อย แต่ก็ยังเปล่งเสียงหัวเราะออกมา“รอข้านานเลยสินะ? ต้องโทษข้าที่ลืมสั่งให้คนมาบอกกล่าวเจ้าสักคำก่อน ตอนข้ามาคิดแค่ว่า ทางที่ดีที่สุดคือพอมาถึงเหลาเฉิงเซียวเจ้าก็จากไปแล้ว จะได้บรรเทาความรู้สึกผิดของข้าให้น้อยลงบ้าง แต่พอมาถึงที่นี่แล้วเห็นว่าเจ้ายังคงรออยู่นอกจากความรู้สึกผิด กลับไม่อาจสะกดกลั้นความยินดีที่มีอยู่ภายในใจได้ หนิงหนิง ข้าคนนี้น่าขันนักใช่หรือไม่?”เจียงเสวี่ยหนิงมองเขา ไม่รู้ว่าควรเอ่ยอะไร
เยี่ยนหลินนำของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกราวกับเล่นกล จับมือนางแล้วรัดบนข้อมืออันเรียวยาว “ขามาเห็นท่านยายขายดอกไม้กำลังหลบฝนใต้ชายคา พอข้าเห็นดอกไม้พวกนี้แล้ว ไม่รู้เพราะเหตุใดกลับรู้สึกว่าเหมือนเจ้ามาก จึงคิดว่าหากเจ้ายังอยู่และข้ามาสายมากขนาดนี้ ก็ควรมีของไถ่โทษให้เจ้า พอรับดอกไม้ของข้าไปแล้วห้ามโมโหข้าอีกนะ”
เสียงของหนุ่มน้อยอบอุ่นและอ่อนโยนดั่งสายลมยามวสันต์
สิ่งที่เขารัดไว้บนข้อมือเจียงเสวี่ยหนิงเป็นดอกมะลิสีขาวพิสุทธิ์พวงหนึ่ง บุปผาเบ่งบานอ่อนนุ่มร้อยด้วยด้ายบางทีละดอก เพียงแซมด้วยใบสีเขียวมันวาวสองใบเพื่อประดับตกแต่งเท่านั้นเมื่อรัดเสร็จก็เหมือนหยกงามสองชิ้นห้อยบนข้อมือนาง
ในค่ำคืนแห่งสายฝนอันหนาวเย็นและอ้างว้างพลันส่งกลิ่นหอมบางเบา
นั่นเป็นกลิ่นอันหอมสดชื่น กำซาบเข้าสู่จิตใจคนอย่างยิ่ง
น้อยคนน