่ามกลางสายฝน “เตรียมรถม้า ไปเหลาเฉิงเซียว”ชิงเฟิงเพิ่งจะได้สติ ที่แท้ซื่อจื่อก็กำลังจะไปพบคุณหนูรองเจียง
แต่ว่า…
หยาดพิรุณสาดกระทบร่ม กระแทกลงมาราวกับก้อนน้ำแข็ง ประหนึ่งจะเจาะทะลุผิวร่มอย่างไรอย่างนั้น
ชิงเฟิงอดพูดโน้มน้าวไม่ได้ “แต่ว่าสายปั่านนี้เลยเวลานัดไปตั้งนานแล้ว มิหนำซ้ำคืนนี้ยังมีฝนตกหนักอีก คุณหนูรองเจียงรออยู่นานไม่เห็นท่านมาเสียที คงกลับไปตั้งแต่แรกแล้วกระมัง? ท่านไปเกรงว่าจะไปเสียเที่ยวเปล่า หากกังวล ส่งคนของที่จวนไปดูสักหน่อยก็ได้นี่ขอรับ”เยี่ยนหลินไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา “ต่อให้มีความเป็นไปได้เพียงน้อยนิด ข้าก็ไม่ยินดีจะให้นางรอเสียเที่ยวเปล่า”
—————
อาจเพราะเสียงสายฝนเบื้องนอกดังอึกทึกมากจนเกินไป หลังจากเจียงเสวี่ยหนิงหลับตาเสียงสายฝนนี้ก็ชำแรกเข้าสู่ห้วงนิทราของนางก่อเป็นภาพของสายฝนที่กำลังตกหนักในช่วงบ่ายของฤดูคิมหันต์อันร้อนระอุ
นางรีบเดินไปยังริมสระบัวพร้อมนางกำนัล
ศาลาหลบร้อนที่จะใช้หลบสายฝนนั้นอยู่เบื้องหน้า
ทว่าครั้นนางไปถึง กลับมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
ด้วยเหตุนี้สระขนาดครึ่งหมู่[1]พร้อมปทุมชาติกลางสายฝนซึ่งมีเต็มสระจึงกลายเป็นของประดับที่ช่วยขับให้คนผู้นี้ดูโดดเด่นขึ้นมา
นางเดินเข้าไปในศาลา ทั้งร่างเปียกปอนด้วยสายฝน
ทัศนียภาพโดยรอบพลันสลายราวกับภาพวาดน้ำหมึกสิ่งที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่กลับเป็นกระท่อมในหมู่บ้านบนเขา นางนั่งตรงโต๊ะที่แห้งสนิทตัวเดียวภายในนั้