น ชันเข่าทั้งสองข้างใช้มือกอดขาตัวเองไว้ กะพริบตามองจางเจอซึ่งกำลังยืนตรงมุมห้องอย่างเงียบขรึมและเย็นชา ทันใดนั้นหัวใจของนางก็เต้นเร็วขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงติดขัดที่เอ่ยออกมาด้วยความยากลำบากและซุกซ่อนความประหม่าเล็กน้อยของตัวเอง “เจ้า เจ้ามานั่งด้วยกันไหม?”
จางเจอหันหน้ากลับมามอง
นั่นเป็นดวงตาที่กระจ่างใสและเย็นชาคู่หนึ่งทำให้นางจังงังทันทีช่วงเวลานี้นางอยากจะยื่นมือออกไปสัมผัสดวงตาคู่นั้น ทว่ากลิ่นหญ้าและกลิ่นดินโคลนที่อบอวลอยู่โดยรอบ ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ ก็ระคนไปด้วยกลิ่นสุรา ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้และรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งที่เป็นแค่กลิ่นที่โชยมาเป็นระลอก ทว่ากลับกรีดทำลายสายพิรุณนี้ราวกับคมดาบและกระบี่
เจียงเสวี่ยหนิงพลันตกสู่ห้วงแห่งฝันร้าย
สระบัวและศาลาหลบร้อนของพระราชวังฤดูร้อนปลาสนาการไปสิ้น
กระท่อมซึ่งอยู่ระหว่างทางหลบหนีการลอบสังหารก็หายไปเช่นกัน
นางยืนเท้าเปล่าอยู่บนพื้นตำหนักบรรทมอันเย็นเยียบของตำหนักคุนหนิง กำลังใช้ที่คีบกำยานเขี่ยเถ้ากำยานภายในเตา นิ่งงันและเหม่อลอย
ภายในวังปราศจากข้าราชบริพารอื่นใด
นางรู้สึกหนาวเหน็บ เคว้งคว้าง และหวาดกลัว
จริงดังคาด ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากนอกตำหนักเพียงแต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน
เสียงฝีเท้าครั้งนี้สับสนอยู่บ้าง ไม่มั่นคงอยู่บ้าง
เงาร่างนั้นปรากฏนอกประตู ขณะกำลังออกแรงผลักประตูตำหนักให้เป