ิด สายลมจากเบื้องนอกพลันพัดพากลิ่นสุราฉุนกึกเข้ามา มือของเจียงเสวี่ยหนิงสั่นระริก ที่เขี่ยกำยานซึ่งเดิมกำลังคีบไว้ตรงหว่างนิ้วพลันร่วงลงพื้น
บังเกิดเสียงดังเสียดแทงโสตคราหนึ่ง
ใบหน้าซึ่งปราศจากความอ่อนเยาว์ในวัยหนุ่มของเยี่ยนหลินแฝงอาการเมามายหลายส่วน ทว่านัยน์ตาทั้งคู่กลับกระจ่างสุกใสยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ราวกับหวนคืนสู่วัยหนุ่มน้อยซึ่งเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและสุขสมหวังอีกครา
เขายิ้มให้นาง “หนิงหนิง ไม่ต้องกลัว…”
แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ไม่เคยประสบพบเจอ ดังนั้นจึงกระถดถอยหลังไปทีละน้อย
ทว่าเดิมทีตำหนักคุนหนิงก็มิได้มีขนาดใหญ่โตอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับตำหนักบรรทมเล็ก ๆ แห่งนี้
เขาเดินรุกคืบเข้ามาทีละก้าว ในที่สุดก็ยังจับตัวนางเอาไว้ได้อยู่ดี
กลิ่นสุราอันรุนแรงพลันโชยเข้ามาใกล้ ปกคลุมปากและจมูกของนาง กักขังนางราวกับอยู่ในคุก รุกรานและแทรกซึมเข้ามา…
ระหว่างกำลังสับสนมึนงง นิ้วมือของใครบางคนก็ลูบไล้ใบหน้านาง
สัมผัสอันเย็นเฉียบประหนึ่งงูที่เต็มไปด้วยเกล็ดทำให้นางขนลุกชัน
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งเอนกายงีบบนตั่งกุ้ยเฟยลืมตาตื่นด้วยอาการใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำพร้อมความฝันนั้น นางก็มองเห็นเพียงเงาร่างย้อนแสงนั่งอยู่หน้าตั่ง โครงหน้าของเด็กหนุ่มดูติดจะคุ้นเคย แต่กระนั้นก็ดูไม่คุ้นตาอยู่บ้าง แม้จะเปียกปอนสายฝน ทว่ากลิ่นสุราเบาบางซึ่งแผ่จากร่างกลับลอยคละคลุ้งวนเวียนไม่จางหาย
ยามนี้รูม่านตาน