างหดรั้งอย่างรุนแรง
กระถดถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
ชั่วอึดใจต่อมาถึงแยกแยะได้ชัดเจน โครงหน้าของหนุ่มน้อยเบื้องหน้ายังปราศจากร่องรอยมรสุมชีวิต และปราศจากความเคร่งขรึมเพราะถูกบีบคั้นจากความทุกข์ยากบริเวณชายแดนถึงแม้จะเงียบขรึมอย่างน้อยครั้งจะได้พบเห็น แต่ก็ไม่ใช่เยี่ยนหลินในชาติก่อน
เยี่ยนหลินมาถึงตั้งแต่ครึ่งเค่อที่แล้ว
สายฝนนอกหน้าต่างยังไม่ซา
เขาเข้าเหลาเฉิงเซียวมาแล้วก็มองเห็นนางนอนเอนกายหลับบนตั่งกุ้ยเฟย ดวงหน้าน้อย ๆขนาดเท่าฝั่ามือซุกในผ้าห่มขนสัตว์เบาบาง ยิ่งเพิ่มพูนความน่ารักพริ้มเพราและยิ่งทำให้เขารู้สึกปวดใจในช่วงเวลาอันไม่ปกติเช่นนี้
คงรออยู่นานแล้วสินะเยี่ยนหลินเพียงบอกว่าตนเพิ่งเดินเข้ามาจากข้างนอก อาจเพราะนิ้วมือเย็นเกินไปจึงทำให้นางตื่น เขามองนางพร้อมเอ่ยเบา ๆ “ทำให้เจ้าตกใจแล้วหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงกะพริบตา “เจ้าดื่มสุรา?”
ครานี้เยี่ยนหลินถึงรู้สึกตัวว่าตนมีกลิ่นสุราอบอวลเต็มร่าง พอคิดเช่นนี้ก็ถูกพาให้ย้อนกลับไปช่วงที่กำลังสนทนากับบิดาภายในจวนอีกคราเขาเงียบงันครู่หนึ่ง จากนั้นถึงหลุบตาพูดว่า“ก่อนหน้านี้ไปคุยเรื่องบางอย่างกับท่านพ่อ ดื่มไปสองสามจอกน่ะ”
โจวอิ๋นจือได้รับตำแหน่งผู้คุมกองพันแล้ว ทั้งยังเป็นช่วงก่อนเกิดเหตุมรสุมอีก แล้วเยี่ยนหลินจะมีเรื่องอะไรให้คุยกับหย่งอี้โหวได้บ้างนั้น
เจียงเสวี่ยหนิงพอคาดเดาได้เป็นส่วนใหญ่
วันนี้เดิมทีนางคิดจะเรียกเยี่ยนหลินมาเพื่อบอกกล่าวให