มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม
เจียงเสวี่ยหนิงนึกขึ้นมาแล้วก็รู้สึกขมฝาดในปาก
เดิมทีเขาเป็นผู้ที่สมควรได้รับการจารึกเกียรติประวัติเอาไว้ในประวัติศาสตร์ว่าใช้ความ‘เที่ยงตรง’ และ ‘เที่ยงธรรม’ หลีกหนีไกลห่างจากการต่อสู้แย่งชิงอันแสนจะวุ่นวายภายในวังหลวงได้ ทว่ากลับถูกนางดึงเข้ามาพัวพันเสียนี่
ช่วงที่จางเจอเพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในกรมอาญา องครักษ์เสื้อแพรคิดจะกุมอำนาจในการลงทัณฑ์ทั้งหมด ทว่าจางเจอกลับรู้สึกว่าองครักษ์เสื้อแพรกระทำการโอหัง ใช้อำนาจลงทัณฑ์ในทางที่ผิด สองหน่วยงานขัดแย้งด้านอำนาจหน้าที่เป็นอันมาก และด้วยเหตุนี้จึงเป็นปฏิปักษ์กันเสมอมา
ส่วนโจวอิ๋นจือที่กำกับดูแลหน่วยตรวจการเหนือ[2]ก็คิดจะกำจัดจางเจอมาตลอด ทางด้านจางเจอก็พยายามริบอำนาจด้านการลงทัณฑ์กลับคืนมา ซ้ำยังมีหลายครั้งที่ถวายฎีการ้องเรียนว่าโจวอิ๋นจือบิดเบือนกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ทำลายกฎของราชสำนัก
ทั้งสองเหมือนน้ำกับไฟ
เบื้องหลังโจวอิ๋นจือคือเจียงเสวี่ยหนิง ยามนั้นนางกำลังเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลเซียว มีเรื่องให้ใช้งานโจวอิ๋นจือมากมาย ทำให้ครั้งแรกที่เห็นจางเจอก็รู้สึกเหมือนก้อนหินขวางเท้า ไม่ว่าจะมองเช่นไรก็ขัดหูขัดตา
แรกเริ่มเดิมที เป็นเพราะจุดยืนถึงได้กลั่นแกล้งสารพัดสารพัน
ทว่าต่อมากลับพบว่าคนผู้นี้ใบหน้าเย็นชาเวลาแกล้งแล้วน่าสนุกจริง ๆ
อย่างไรเสียนางก็เป็นฮองเฮา ต่อให้คำพูดและการกระทำจะเกินเลยไป