ุนเขาก็ไม่ปาน
เปลวเทียนบนเชิงเทียนบริเวณหัวมุมถูกสายลมพัดจนขยับวูบ
โครงหน้าอันหล่อเหลาของเยี่ยนหลินถูกแสงและเงาที่กำลังขยับไหวสาดส่องเช่นกัน เผยให้เห็นความเย็นชาและถมึงทึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนโจวอิ๋นจือนั่งอยู่ฝังตรงข้ามเขาอย่างสงบนิ่ง
คนผู้นี้เพิ่งจะถูกเลื่อนขั้นให้ดำรงตำแหน่งผู้คุมกองพันองครักษ์เสื้อแพร พูดได้ว่ายามนี้มีคุณสมบัติเข้าถึงศูนย์กลางอำนาจองครักษ์เสื้อแพรแล้ว นับเป็นการกระโดดข้ามขั้นโดยสิ้นเชิงมาอยู่ในระดับบังคับบัญชาที่มีหน้ามีตา
เพียงแต่ทุกสิ่งนี้ได้มาอย่างไม่ค่อยโสภานัก
แต่แล้วจะทำไมกันเล่า
โจวอิ๋นจือรู้สึกมาตลอดว่าตนเองไม่ใช่วิญูชนที่แท้จริงอะไร ทุกวิธีการที่มีอยู่บนโลกนี้ ขอเพียงทำให้บรรลุเปั้าหมายได้ล้วนเป็นวิธีการที่ดีทั้งสิ้น
ดาบซิ่วชุน[1]ซึ่งได้รับมอบมาใหม่บริเวณเอวของเขาถูกปลดวางไว้บนโต๊ะตรงประตูตั้งแต่แรกยามนี้เขาสวมชุดเฟยอวี๋[2]สีนิลทั้งร่าง เพียงกล่าวกับเยี่ยนหลินว่า “คนแซ่โจวกระหายอำนาจ จิตใจเต็มไปด้วยผลประโยชน์ ดังนั้นถึงแม้จะรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก แต่หากยังไม่เห็นว่าจะได้รับผลประโยชน์ และตนยังแบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงที่องครักษ์เสื้อแพรมอบหมายมา ย่อมไม่กล้าบอกกล่าวซื่อจื่อเป็นอันขาด จวบจนคุณหนูรองแนะนำข้าให้ซื่อจื่ออีกทั้งซื่อจื่อยังพยายามอย่างหนักเพื่อให้คนแซ่โจวได้รับตำแหน่งผู้คุมกองพันมา คนแซ่โจวเป็นคนถ่อย คนถ่อยย่อมอยู่ร่วมกับผลประโยชน์ด้วยเ