หรือ? เกี่ยวข้องอะไรกับนาง? เจ้าเห็นอะไรบ้าง? เฮ้อ ไม่ถูกสิ ‘คุณหนูรองหนิง’ คือผู้ใดกันน่ะ? เตาฉิน เจ้าโง่หรือเปล่าพูดมาแต่ชื่อแล้วผู้อื่นจะไปรู้ว่าเป็นใครได้เช่นไร?ถึงแม้คนแซ่หนิงในเมืองหลวงจะมีไม่มากแต่ก็มีไม่น้อย แล้วนี่มันบ้านไหนกันเล่า? เจ้า…”
คำถามงอกเป็นพรวนราวกับหน่อไม้
ปากหลี่ว์เสี่ยนยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่ยอมหยุด
เพียงแต่หลังจากพ่นคำถามชุดใหญ่นี้ได้ประเดี๋ยวเดียว เขาก็พลันเห็นว่าสีหน้าของสามนายบ่าวไม่ถูกต้อง ใจพลันสั่นสะท้าน รู้สึกได้ว่าเรื่องราวไม่ธรรมดา “ ‘คุณหนูรองหนิง’ ที่เขาพูดถึง เหมือนพวกเจ้าจะรู้ว่าเป็นใครกันสินะ?”
มีเสียงดัง ‘ครืน’ คราหนึ่ง เป็นเสียงฟั้าร้องดังกึกก้องตรงขอบฟั้าสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟั้าห่าใหญ่ยามปลายฤดูสารทต้นฤดูเหมันต์อันหนาวเย็นส่งเสียงดังซ่าซ่า ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว หยาดพิรุณขนาดมหึมากระแทกกระหน่ำลงบนผิวทะเลสาบผืนน้อยอันสงบนิ่งเบื้องนอกห้องทำพิณ ตกกระทบกรอบหน้าต่างลายฉลุบริเวณใกล้เคียง และสาดกระเซ็นจนเป็นไอน้ำเล็กละเอียด
เซี่ยเวยกลอกตาจ้องมอง เพียงเอ่ยอย่างเนิบช้าว่า “ฝนตกแล้ว”
————–
ฝนฟั้าคะนองยามเหมันต์ อสุนีบาตสีฟั้าจางกรีดผ่านแสงสายัณห์ที่กำลังลดระดับ และชั่วขณะนี้นี่เอง ห้องอักษรอันหรุบหรู่ภายในจวนหย่งอี้โหวพลันสว่างวาบ ชั้นวางตำราแต่ละชั้นสุมตำราเอาไว้สูงมาก ทว่าขณะสายอสุนีบาตกรีดผ่านกลับทิ้งเงาดำอันล้ำลึก กดดันประหนึ่งข