่าตำรา2. ฉิน แปลว่าพิณ3. เตา แปลว่าดาบ4. เจี้ยน แปลว่ากระบี่5. กลางยามเฉิน หมายถึงเวลา 08.00 น.
บทที่ 38 ฝนฟั้าคะนองยามเหมันต์ (2)“นางซื้อของจำนวนมาก มีทั้งผ้าไหมหางโจวพู่กันและจานฝนหมึก กระทั่งว่ายังมีเครื่องประทินโฉมและแปั้งหอมที่สตรีใช้กันจำนวนหนึ่งด้วย จากนั้นก็วกไปจุดธูปสักการะที่วัด ที่นั่นวันนี้มีผู้คนคลาคล่ำ ผู้มาจุดธูปสักการะก็มีมากเช่นกันข้าสะกดรอยนางยังพลาดถูกพระที่ทำหน้าที่ต้อนรับพบเห็นจนต้องบริจาคค่าธูป ค่าน้ำมันตะเกียงและค่ากระดาษไปสองตำลึง ส่วนโหยวฟางอิ๋นก็เหมือนจะบริจาคเช่นกัน พอเข้าไปแล้วนางยังขอยันต์คุ้มภัยมาจากในพระอารามอีกด้วย…”
หลี่ว์เสี่ยน “…”
เจี้ยนซู “…”
เซี่ยเวยค่อย ๆ ยกมือกดหัวคิ้ว เอ่ยว่า “พูดประเด็นสำคัญ”
เตาฉินพลันรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่เห็นจะรู้สึกเลยว่าตนพูดมากตรงไหน
ไม่ใช่ว่าการสะกดรอยตามควรรายงานละเอียดเช่นนี้หรอกหรือ
เขาเม้มริมฝีปาก พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง“คุณหนูรองหนิง”
เจี้ยนซูพลันเบิกตาโพลง เผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมาหลายส่วน ชั่วอึดใจนี้เขาเกือบหันหน้าขวับไปมองเซี่ยเวย
เซี่ยเวยยืนอยู่ตรงหน้าต่างอย่างเงียบงัน
ส่วนหลี่ว์เสี่ยนได้ยินแล้วงุนงง และไม่รู้ว่า‘คุณหนูรองหนิง’ ผู้นี้เป็นใคร เกือบจะโมโหจนล้มปั่วยเพราะเตาฉินเสียแล้ว “บอกให้เจ้าพูดประเด็นสำคัญก็ไม่ใช่ให้พูดแบบนี้! คนผู้นี้ไปเกี่ยวข้องกับโหยวฟางอิ๋นได้อย่างไร? เป็นนายจ้างของนางอย่างนั้น