สาวใช้ที่มาแจ้งข่าวเดิมทีมีท่าทีก้าวร้าวเนื่องจากรู้ว่านายหญิงประจำบ้านบังเกิดโทสะแล้ว เดาว่าเจียงเสวี่ยหนิงคงต้องโดนดีแน่นอนยามพูดจาจึงปราศจากความเกรงใจอย่างยิ่ง แต่ยามจากไปกลับหน้าซีดเผือด เดินจากไปด้วยร่างอันอ่อนระทวย เนื่องด้วยได้รับความตื่นตระหนกจากการข่มขู่อย่างโจ่งแจ้งของเจียงเสวี่ยหนิงและยิ่งกลัวว่าประเดี๋ยวเมื่อกลับไปรายงานแล้วควรจะใช้คำพูดเช่นไรบอกกล่าวเมิ่งซื่อดี
ก่อนหน้านี้เหลียนเอ๋อร์และถังเอ๋อร์ต่างนึกว่าช่วงที่ผ่านมาคุณหนูรองของตนอารมณ์ดี นับวันยิ่งเข้าอกเข้าใจมีเหตุมีผลและอ่อนโยนเป็นมิตรมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเสียอีก
ไหนเลยจะคาดคิดว่ากลับพูดจาเช่นนั้นออกมาได้
ทั้งสองคนตกใจสะดุ้งเฮือก ครั้นต้องมาปรนนิบัตินางจึงอดตัวสั่นงันงกและกังวลเล็กน้อยไม่ได้ “คุณหนูรองเจ้าคะ ถึงอย่างไรฮูหยินก็เป็นนายหญิงประจำบ้าน ทำเช่นนี้จะ…”
เจียงเสวี่ยหนิงดึงผ้าบนใบหน้ามาโยนลงอ่างทองเหลืองเบื้องหน้า ดวงหน้าที่ไม่ผัดแปั้งเติมชาดซับสีแดงระเรื่อเล็กน้อยเพราะไอความร้อน ทำ ให้ยิ่งดูนุ่มนิ่มเรียบลื่นราวกับไข่ไก่เพิ่งปอกเปลือก เมื่อปราศจากการปกปิดของเครื่องประทินโฉมรวมถึงเครื่องประดับ ความวิจิตรงดงามและความโดดเด่นขององคาพยพบนใบหน้าก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้นนางเอ่ยว่า “หรือนี่ไม่ใช่บ้านของข้า?”
มิหนำซ้ำนางยังต้องเข้าวังครึ่งปี ไม่ว่าอย่างไรบัดนี้นางก็เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่แล้ว แม้นางจะไม