ก็สิบวันหลังจากนั้น ฉะนั้นหากไม่ฉวยโอกาสบอกกล่าวให้ชัดเจนเสียตั้งแต่คราวนี้ มัวแต่ลากเรื่องให้ยืดเยื้อเกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว
————-
โหยวฟางอิ๋นตื่นแต่เช้าตรู่ นางแอบยัดเศษเงินนิดหน่อยให้คนเฝั้าประตูเรือนที่ตนคุ้นเคยและเนื่องจากนางสวมเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบง่ายธรรมดามาแต่เดิม ทำให้ไม่ได้ต้องการเครื่องแต่งกายใด ๆ เป็นพิเศษ ดูไปแล้วก็เหมือนสาวใช้ภายในจวนทั่วไป
มิหนำซ้ำยังอยู่ในจำพวกที่ไม่ค่อยมีหน้ามีตาสักเท่าไร
นางแอบออกจากจวน ขณะเดินออกมายังจงใจเหลียวซ้ายแลขวาอย่างละเอียดถ้วนถี่ คล้ายกลัวว่าจะมีผู้ใดสะกดรอยตามอย่างไรอย่างนั้น
แต่แท้จริงแล้วการเหลียวมองเช่นนี้กลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
ต่อให้มีผู้สะกดรอยตามจริง อีกฝั่ายจะถูกพบเห็นโดยง่ายเช่นนั้นได้อย่างไรกันเล่า
อย่างเช่น…ทันทีที่นางก้าวออกมาจากจวนชิงหย่วนปั๋อบริเวณข้างแผงลอยขายหุนตุ้น[1]ที่อยู่ไม่ไกลจากริมถนน เด็กหนุ่มรูปโฉมไม่สะดุดตาชุดสีน้ำเงินผู้หนึ่งวางตะเกียบเบา ๆ เขาคลำหาเหรียญทองแดงจากเอวหลายเหรียญวางลงบนโต๊ะเล็กมันเยิ้ม จากนั้นก็ลุกตามไปห่าง ๆ
เตาฉินก่นด่าในใจมาตั้งนานแล้ว เจ้าคนแซ่หลี่ว์วัน ๆ เรียกใช้งานเซี่ยเซียนเซิงไม่ได้ก็มาเรียกใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชาของเซียนเซิงแทนเห็นพวกเขาอยู่ว่างไม่ได้ เป็นต้องบอกให้เซี่ยเซียนเซิงหาคนมาทำงานอันยากลำบากอย่างการสะกดรอยตาม!
เพียงบุตรีอนุภรรยาตัวเล็ก ๆ ของจวนปั๋อคนหนึ่งจะมีอะไรให้สะ