ี่ล่องมาตามคลองขนส่ง เมื่อเป็นเช่นนี้วัตถุดิบย่อมมีน้อยกว่าความต้องการ ราคาผ้าไหมย่อมพุ่งพรวดเป็นธรรมดา
ครั้นได้กำไรแล้ว ทั้งพ่อค้าและขุนนางก็จะแบ่งกันคนละครึ่ง
เมื่อเรื่องถูกเปิดโปงย่อมสืบพบขุนนางและพ่อค้ากลุ่มใหญ่
ด้านจวนตระกูลโหยวนั้น สืบพบว่ามีบ่าวที่คอยวิ่งรับใช้ให้สมาชิกของตระกูลขุนนางเหล่านั้นคนหนึ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เข้า บ่าวผู้นี้มีศักดิ์เป็นญาติกับผู้ดูแลของจวนตระกูลโหยวและเคยเผลอโพล่งเรื่องนี้ขณะกำลังดื่มสุราในจวนตระกูลโหยวอีกด้วย
ทุกคนต่างนึกว่าเขาพูดเล่น ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องจริง
อีกทั้งไม่มีผู้ใดฉวยโอกาสนี้ไปซื้อเส้นไหมดิบอะไรนั่นเพื่อกักตุนรอให้ราคาขึ้นจริง ๆ แม้แต่ผู้ดูแลยังไม่คิดเลยว่าเป็นเรื่องจริง
“เซี่ยจวีอัน เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย” หลี่ว์เสี่ยนเอานิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ พูดเน้นย้ำกับเซี่ยเวยว่า “สมมติว่าโหยวฟางอิ๋นเป็นผู้ที่มีโชควาสนาและกล้าเดิมพันจริง พอรู้ข่าวเรื่องที่ผ้าไหมจะขึ้นราคาจากผู้ดูแลคนนี้ก็ไปซื้อเส้นไหมดิบเอาไว้ แต่นางจำเป็นต้องเสกสรรปันแต่งเรื่อง ‘นายจ้าง’ ซึ่งไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรกด้วยหรือ? การมีอยู่ของ ‘นายจ้าง’ ผู้นี้ไม่ได้ช่วยอะไรนางเลยสักนิด ดังนั้นคำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวก็คือ ‘นายจ้าง’ มีอยู่จริง! เพียงแต่พวกเรายังคลำหาว่าอีกฝั่ายซ่อนตัวอยู่ที่ไหนไม่ได้เท่านั้นเอง”
เซี่ยเวยหลุบตาครุ่นคิดเช่นกัน
ส่วนหลี่ว์เสี่ยนยิ่งพูดก็ยิ่งกลัดกลุ้ม “