ึงตัวเยี่ยนหลินได้ไม่ยาก ขืนแพร่ออกไปคงไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าใดนัก
คืนนี้นางนอนหลับสนิททั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากตื่นมาล้างหน้าล้างตาและแต่งหน้าแต่งตัวเรียบร้อย นางผลักประตูห้องออกไป สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือเช้าตรู่ขนาดนี้กลับมีคุณหนูผู้สูงศักดิ์หลายคนถือตำรา บางคนก็ยืน บางคนก็นั่งกำลังท่องเสียงเบาหรือไม่ก็จดจำเงียบ ๆ อยู่ตรงระเบียงทางเดินด้านนอก
“…”
ท่าทางทุกคนกำลังพยายามอย่างหนักเสียจริงเพื่อจะได้อยู่ต่อ
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกว่าความเกียจคร้านของตนออกจะไม่เข้าพวกอยู่บ้าง
อาจเพราะเมื่อคืนจู่ ๆ นางก็อาละวาดใส่โหยวเย่ว์และเหยาซี ครั้นทุกคนได้ยินเสียงประตูและเงยศีรษะเห็นนางเดินเข้ามา ความหวาดระแวงและหวั่นกลัวจึงฉายในแววตาไม่มากก็น้อย
มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นฝั่ายทักทายนางก่อน
ในกลุ่มมีเพียงฝานอี๋หลานที่ไม่อ่านตำราก่อนเวลาแบบรีบร้อนจวนตัว นางยิ้มน้อย ๆ ให้เจียงเสวี่ยหนิงด้วยซ้ำ “อรุณสวัสดิ์ คุณหนูรองเจียง”
“อรุณสวัสดิ์ คุณหนูฝาน”
ฝานอี๋หลานไม่แก่งแย่งชิงดี มีแต่โคลงกลอนและความรู้เต็มท้อง เป็นคนเก่งที่มีความสามารถอย่างแท้จริง ไม่ว่าเมื่อใดล้วนเยือกเย็นและสงบนิ่ง
ความไม่ยินดียินร้ายนี้เป็นสิ่งที่เจียงเสวี่ยหนิงอิจฉายิ่งนัก
นางแสดงความเป็นมิตรต่อผู้ที่แสดงความเป็นมิตรต่อนางเสมอมาเช่นกัน จึงผงกศีรษะเอ่ยว่า “วันนี้เหมือนทุกคนจะตื่นเช้ากันมาก ท่าทางคงให้ความสำคัญต่อการทดสอบความรู้ด่านน