ววตาวาววับก็คิดในใจว่า ‘ไม่มีทางบอกจริงด้วย’ อย่างไรเสียในเวลาเช่นนี้ทุกคนก็กำลังแข่งขันกัน แล้วผู้ใดเล่าจะยินดีช่วยคู่ต่อสู้ของตน
หากไม่ระวังถูกผู้อื่นเบียดจนโดนคัดออก แล้วจะให้ไปร้องไห้กับใคร
นางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ข้าว่าข้าอ่านคัมภีร์วิจารณ์พจน์ของข้าต่อไปก็แล้วกัน เสี่ยงเอาก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย”ทว่าเหนือความคาดหมายเป็นอย่างยิ่ง เจียงเสวี่ยหนิงมองหน้านางแล้วหัวเราะ พูดกับนางว่า“คัมภีร์วิจารณ์พจน์ย่อมต้องอ่านแน่นอน หากยังมีเวลาว่างอยู่บ้างค่อยอ่านคัมภีร์เมิ่งจื่อ[4]เพิ่มก็ไม่เลว เพียงคิดก็รู้แล้วว่าเซี่ยเซียนเซิงไม่มีทางทดสอบพวกเรายากเกินไป และคงอยากจะดูว่าทุกคนต่างร่ำเรียนสิ่งใดกันมาบ้างเท่านั้น ดังนั้นหากดูจากลำดับตำราที่เหล่าบัณฑิตทั่วไปจะต้องร่ำเรียนกันแล้ว คัมภีร์มหาบุรุษ[5] คัมภีร์ลำนำและกวี[6] เองก็ต้องอ่าน ท่านพ่อของข้าคบหากับเซี่ยเซียนเซิงอยู่บ้างจริง ๆ แต่ข้าไม่ค่อยรู้นิสัยใจคอของเซียนเซิงมากนัก รู้เพียงว่าเซี่ยเซียนเซิงเหมือนจะชื่นชอบตัวอักษรซึ่งเขียนอย่างเรียบร้อยบรรจงมากกว่าข้อสอบที่เขียนคำตอบได้ดี ต่อให้ตอบได้ดีเพียงใด หากตัวอักษรไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยและชัดเจน เมื่ออยู่ในสายตาของเซี่ยเซียนเซิงก็ต้องถูกคัดออกหมดอยู่ดี”——————–1. คัมภีร์วิจารณ์พจน์ หรือคัมภีร์หลุนอวี่เป็นตำราซึ่งบรรจุคำสอนของขงจื่อ รวบรวมและบันทึกโดยเหล่าลูกศิษย์คนสนิทหลังจากที่ขงจื่อถึงแก่อนิจก