งหัวเราะ “เช่นนั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว”
ชาติก่อนนางไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับเซี่ยเวยเท่าใดนัก แม้แต่โอกาสจะได้พบหน้ายังมีน้อยเพียงได้ยินผู้อื่นเล่ากันว่าขณะที่เขาเป็นผู้คุมข้อสอบ หากมีความรู้ล้ำเลิศแต่ตัวอักษรดีไม่เพียงพอ ครั้นตกอยู่ในมือเขาก็จะถูกกดอันดับลงไปอีกขั้น
หากเดิมได้อันดับหนึ่งก็จะลดลงไปเป็นอันดับสอง
หากเดิมได้อันดับสองก็จะลดลงเป็นอันดับสาม
หากเดิมได้อันดับสามก็อาจจะไม่มีอันดับเลย
ในหมู่บัณฑิตเข้าสอบมีหลายคนไม่ยินยอมเกิดเรื่องราวใหญ่โตจนมีบัณฑิตผู้หนึ่งไปเขียนหนังสือร้องเรียนที่สภาฮั่นหลินเพื่อขอให้ถอดถอนเซี่ยเวยออกจากตำแหน่งประธานผู้คุมการสอบ แต่เซี่ยเวยยังคงทำตามความต้องการของตนเองดังเดิม ไม่เปลี่ยนความคิดแม้แต่น้อย
จากนั้นเรื่องก็แล้วกันไปแต่เพียงเท่านี้
เหตุใดเซี่ยเวยถึงกระทำเช่นนี้ เจียงเสวี่ยหนิงย่อมไม่รู้
ถึงอย่างไรนางก็พูดในสิ่งที่รู้ไปหมดแล้ว ผู้อื่นจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพวกนาง
เพราะการถามของโจวเปั่าอิง ทำให้หลายคนรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งต่อคำพูดเมื่อสักครู่ของเจียงเสวี่ยหนิงอยู่บ้าง
มีเพียงเซียวซูที่เปลี่ยนมุมมองต่อเจียงเสวี่ยหนิง เพราะนางรู้ว่าสิ่งที่เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยมาคือความจริง
อย่างไรเสียตระกูลเซียวก็มีอำนาจยิ่งใหญ่ในราชสำนัก เซียวซูทั้งสนิทสนมกับองค์หญิงใหญ่ทั้งความรู้ก็ไม่ได้อ่อนด้อย โดยพื้นฐานแล้วไม่มีทางถูกโน้มน้าวให้กลับบ้านในด่านนี้แน่ แต่เนื่