องไห้มาเมื่อคืน และยิ่งร้องหนักกว่าเดิมหลังเจียงเสวี่ยหนิงจากไปนัยน์ตาทั้งสองข้างจึงบวมเล็กน้อยอย่างชัดเจนสายตาของนางอยู่บนร่างเจียงเสวี่ยหนิงตลอดเวลาขณะเดินเข้ามาจากเบื้องนอก
ชุดสีแดงอมส้มตลอดทั้งร่าง งดงามยิ่งนัก
แต่เจียงเสวี่ยหนิงสัมผัสถึงความไม่ยินยอมพร้อมใจและความเดือดดาลได้จากฝั่ามือที่อีกฝั่ายกำจนแน่นข้างลำตัว
เจียงเสวี่ยหนิงยื่นมือวางอุปกรณ์ชงชาลงบนถาดน้ำชาอย่างไม่รีบร้อน พูดกลั้วหัวเราะว่า“คุณหนูเหยาวางใจได้ คำพูดของเจ้าเมื่อคืนเป็นเพราะพวกเราเอ่ยถาม เจ้าถึงค่อยตอบกลับมาแม้ตัวข้าคนนี้ไม่นับว่าเป็นคนดิบดีอะไรนัก แต่หากมีความแค้นอันใดก็บอกกล่าวตรง ๆ ซึ่งหน้าการปล่อยข่าวลือทำร้ายผู้อื่นลับหลังข้าไม่มีทางทำแน่ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าพอหันหลังกลับแล้วข้าจะพูดจาเหลวไหลไปทั่ว”
เหยาซีรู้สึกเหมือนถูกนางตบหน้าอีกครา
อย่างไรเสียถ้อยคำอย่าง ‘การปล่อยข่าวลือ’‘ทำร้ายผู้อื่นลับหลัง’ ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็เหมือนมีเจตนาแอบแฝง
นางสูดลมหายใจลึก “ข้ามั่นใจว่าตนเองปราศจากความแค้นกับคุณหนูรองเจียง เมื่อคืนพอกลับไปแล้วเลยลองทบทวนดู แต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยไปผิดใจกับเจ้าที่ใด หากบอกว่าคุณหนูรองเจียงกับคุณหนูรองโหยวเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาบ้างจนเข้าไปหาเรื่องนางก็ช่างเถอะ แต่ทุกถ้อยคำของเจ้าพุ่งเปั้ามาที่ข้าอย่างชัดเจน ข้านอนไม่หลับอยู่ค่อนคืน สุดท้ายก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรแปลก ๆ ต่อให้เจ้าทวงความเป็นธร