รบันทึกเวลาตกฟากก็แลกเปลี่ยนกันไปแล้ว หากเปลี่ยนใจก็ยากจะเลี่ยงคำครหาจากผู้คนว่าตระกูลเหยาของข้าเห็นแก่ผลประโยชน์ บัดนี้อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะแต่งก็ไม่ดี ไม่แต่งก็ไม่ดีมิหนำซ้ำก่อนหน้านี้จางเจอยังเคยหมั้นหมายมาแล้วถึงสองครั้ง เพียงแต่นางแรกไปแอบหมั้นหมายกับคนอื่นเลยถอนหมั้นไป ส่วนอีกนางยังไม่ทันแต่งเข้าตระกูลก็สิ้นใจไปก่อน ครานี้กว่าจะเกาะตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเหยาของข้าได้ย่อมไม่มีวันเป็นฝั่ายขอถอนหมั้นเองก่อนเป็นแน่ท่านพ่อของข้าเป็นถึงขุนนางใหญ่ขั้นหนึ่งของราชสำนัก ส่วนข้าเป็นถึงบุตรีภรรยาเอกของตระกูลใหญ่ แล้วจะไปแต่งงานกับคนพรรค์นี้ได้อย่างไร?”
เจียงเสวี่ยหนิงเกือบหัวเราะเย้ยหยัน ‘จางเจอน่ะเรอะอยากเกาะตระกูลเหยาของเจ้า? ช่างสำคัญตัวผิดไปโดยแท้!’
ครั้นโหยวเย่ว์ผู้นั้นได้ยิน ‘จางเจอ’ สองคำนี้ก็พลันมองเจียงเสวี่ยหนิงแวบหนึ่ง อดใช้มือปั้องปากส่งเสียงหัวเราะไม่ได้ เอ่ยกับเหยาซีว่า “เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มีอะไรให้กลัดกลุ้มกันเล่า?ความคิดของพี่หญิงเหยาออกจะไม่พลิกแพลงเกินไปสักหน่อย ใต้หล้านี้มีถนนหนทางใหญ่ตั้งมากมาย ส่วนวิธีการก็มีเยอะแยะเสียขนาดนั้นแล้วเหตุใดจะต้องให้เจ้าคนแซ่จางผู้นั้นถอนหมั้นเองด้วย? จวนท่านเป็นฝั่ายถอนหมั้นก่อนแล้วจะเป็นไรไป? ขอเพียงหาเหตุผลที่ถูกต้องได้ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจพูดอะไรได้แล้ว”
สายตาของทุกคนไปอยู่ที่ร่างนาง
เหยาซีเงยศีรษะมองนางด้วยความประหลาดใจเ