งจงใจแกล้งเขา ท่าทางคล้ายไม่รู้ตัวว่ากำลังเหยียบอยู่ ซ้ำยังถามเขาอีกว่า “เหตุใดใต้เท้าจางถึงไม่ไปเล่า?”
จางเจอยืนนิ่งจ้องมองนางครู่หนึ่ง แล้วค้อมกายใต้สายฝน ออกแรงกระชากชายชุดขุนนางแควก!
เสียงผ้าแพรฉีกขาดค่อนข้างเสียดแก้วหูท่ามกลางเสียงฝน
เขากระชากชายเสื้อที่ถูกเจียงเสวี่ยหนิงเหยียบออกมาทันที ก่อนจะยืดกายขึ้นใหม่ กล่าวกับนางด้วยท่าทางไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตัวเกินจนดูต่ำต้อย “มิบังอาจรบกวนให้พระองค์ทรงเยื้องย่างพระบาท เพียงแต่กระหม่อมมีคำพูดหนึ่งใคร่กราบทูลพระองค์ ต้องทรงทราบว่าคนเราเห็นแก่ผลประโยชน์ ทรงร่วมมือกับพยัคฆ์ร้าย แต่กลับหารู้ไม่ว่ามันเกิดมานิสัยดุร้าย ไม่มีวันแปรเปลี่ยนเพราะเรื่องใดเด็ดขาด วันนี้ทรงร่วมมือกับพยัคฆ์ร้าย วันหน้าย่อมถูกพยัคฆ์ร้ายกลืนกินเป็นแน่แท้ ขอฮองเฮาทรงระวังพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
จางเจอพูดจบก็หมุนตัวจากไป
เจียงเสวี่ยหนิงเดือดดาลยิ่งนัก โยนร่มในมือทันที ร่มที่กางออกหมุนคว้างกลางสายฝนสองรอบ ถูกสาดกระหน่ำจนเกิดเสียงดัง
ขันทีน้อยในศาลาตกใจจนหน้าถอดสี
ตอนนั้นนางคิดว่าเหตุใดใต้หล้าถึงมีคนที่ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีเช่นนี้นะภายหลังถึงรู้ว่าจางเจอเกิดมาก็เป็นผู้ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีอยู่แล้ว
ทั้งอารมณ์ร้ายทั้งแข็งกร้าว ผู้ใดด่าทอเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลง
นางไม่ได้ใส่ใจคำพูดในวันนั้นเลยจริง ๆ แต่พอกลับไปและนอนหลับไม่สนิทกลางดึกหลายครั้ง คำพูดนี้ก็ผ