ื่องจากหัวหน้ากองซูจะมาดูด้วยตนเองนางอยู่ในวังมานานหลายปี สมัยยังสาวถวายการปรนนิบัติรับใช้องค์หญิงใหญ่มาโดยตลอด นับว่าเห็นองค์หญิงกระทั่งทรงเจริญวัย เข้มงวดเรื่องมารยาทพิธีการอย่างยิ่ง หากไม่อาจผ่านด่านของนางได้ เกรงว่าต่อให้เข้าวังหลวงมาได้ก็ต้องกลับจวนไปอยู่ดีขอรับ”
หัวหน้ากองซู
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินชื่อ หัวเข่า หลังเอวลำคอ หรือแม้กระทั่งนิ้วมือก็เริ่มรู้สึกเจ็บปวดหน่อย ๆ ราวกับเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อชื่อนี้ชาติที่แล้วนางเติบใหญ่จากชนบท ย่อมไม่ชอบเรียนรู้กฎระเบียบเป็นธรรมดา
ครั้นกลับมาเมืองหลวงก็อาศัยว่ามีเยี่ยนหลินทำตัวโอหังมากยิ่งขึ้น
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงเข้าวังหลวงและตกอยู่ในเงื้อมมือหัวหน้ากองซูก็ต้องเผชิญความเข้มงวดกวดขันมากเป็นพิเศษ เนื่องจากหัวหน้ากองซูเป็นผู้ปรนนิบัติรับใช้เสิ่นจื่ออีจนเติบใหญ่ อีกทั้งไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องการทวงความเป็นธรรมให้องค์หญิงหรือว่าได้รับการบอกเป็นนัยอะไรบางอย่างจากเสิ่นจื่ออีหรือไม่ คนผู้นั้นจึงทรมานนางครั้งแล้วครั้งเล่า หากผิดพลาดก็ต้องเริ่มต้นใหม่นับเป็นช่วงเวลาที่ทำให้นางอับอายมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากทุกคนต่างเรียนรู้ได้จนหมดสิ้นแล้วกำลังยืนมองนางและหัวเราะเยาะอยู่ด้านข้าง พากันวิพากษ์วิจารณ์นางด้วยสายตาแปลกประหลาด
คุณหนูตระกูลใหญ่ซึ่งมาเป็นพระสหายร่วมศึกษาในคราวนี้ส่วนใหญ่มีเจตนามาเพื่อสืบหาข่าวคราวในวังหลวง ย่อมเคยได้ยินชื่อหัวหน้ากองซู