พิณคันหนึ่งราคาถึงสามพันตำลึง ทว่ายามเยี่ยนหลินจ่ายเงินกลับไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย
ทรัพย์สินจวนหย่งอี้โหวมีมากเพียงใดย่อมเห็นเป็นที่ประจักษ์
ชาติก่อนงมงายไม่รู้ความ เยี่ยนหลินดีต่อนางอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ส่วนนางเองก็เสพสุขกับความดีของเยี่ยนหลินอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา แต่เมื่อย้อนเวลามาเกิดใหม่ นางกลับรู้ว่าตนไม่อาจตอบแทนความรักอันแสนจะบริสุทธิ์ใจของเด็กหนุ่มได้ และไม่อาจรับความดีนี้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาได้เช่นกัน
พิณคันนี้นางไม่ควรรับไว้
แต่ขณะกำลังจะปฏิเสธและเรียกให้ถังเอ๋อร์หยิบตั๋วเงินออกมาชำระค่าพิณ เจียงเสวี่ยหนิงพลันลังเลขึ้นมาอีกครา หลังจากไตร่ตรองก็สะกดกลั้นความคิดก่อนหน้านี้ลงไปเสีย ยอมรับพิณคันนี้มาอย่างเงียบงันโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
หลี่ว์เสี่ยนรับตั๋วเงินแล้วก็นับทีละแผ่นใบหน้าเปียมรอยยิ้ม กล่าวกับเยี่ยนหลินว่า “รู้อยู่แล้วว่าท่านโหวน้อยมือเติบมาก ลูกค้ามีอยู่เต็มเมืองหลวง แต่ผู้ที่ข้าหลี่ว์จ้าวอิ่นอยากจะพบมากที่สุดก็คือท่าน! วันหลังต้องมาบ่อย ๆ นะขอรับต้องรู้ว่าเมื่อเล่นพิณแล้วจะติดใจ หากชอบแล้ว มีตัวแรกย่อมต้องมีตัวที่สอง เรียนพิณไม่พอ วันหลังยังอยากจะเรียนการทำพิณอีกด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ขอให้มาร้านข้า อยากได้สิ่งใดก็มีสิ่งนั้นรับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านโหวน้อยมาเสียเที่ยวแน่”
เยี่ยนหลินกลอกตาค้อน ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงกลับตะลึงงัน แทบไม่กล้าเชื่อหูของตัวเอง…
หลี่ว์จ้าวอิ่น!
นั่นไ