ม่ใช่หลี่ว์เสี่ยน หนึ่งในพรรคพวกคนสำคัญที่สุดในการก่อกบฏยึดวังหลวงของเซี่ยเวยหรอกหรือ
เยี่ยนหลินดูแลกองทหาร หลี่ว์เสี่ยนดูแลการเงิน
ต่อมาเยี่ยนหลินได้เป็นผู้บัญชาการควบคุมทหารรักษาพระองค์ ส่วนหลี่ว์เสี่ยนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นกรณีพิเศษจากเซี่ยเวยขณะนางถูกกักบริเวณในวังหลวง กลายเป็นบุคคลแรกที่จากจิ้นซื่อไปเป็นพ่อค้า และจากพ่อค้ากลับมาเป็นขุนนาง ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังคนใหม่…
ชาติก่อนเพื่อรักษาชีวิต โหยวฟางอิ๋นจึงบริจาคทรัพย์สมบัติของตนเองจำนวนแปดส่วนให้ราชสำนักเพื่อถมท้องพระคลัง ซึ่งกำกับดูแลโดยคนผู้นี้
ขณะเข้ามาภายในร้านโยวหวงแห่งนี้ เยี่ยนหลินไม่เคยบอกกล่าวสถานะของเจ้าของร้านเลยจวบจนเมื่อสักครู่หลี่ว์เสี่ยนเป็นผู้เผยชื่อแซ่ออกมาเองโดยไม่รู้ตัว นี่จึงทำให้เจียงเสวี่ยหนิงตระหนกตกใจกลัว แอบเหลือบมองเยี่ยนหลินเล็กน้อย แต่ก็ไม่พบพิรุธอันใด
ยามนี้เมื่อมองหลี่ว์เสี่ยนอีกครั้ง ความรู้สึกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อครู่รู้สึกเพียงว่าคนผู้นี้พูดจาบ้าบิ่นและอุกอาจ ทำการค้าน่าสนใจยิ่งนัก ทว่ายามนี้พอมองดูอีกครา กลับรู้สึกว่าความบ้าบิ่นและอุกอาจนี้อาจกอปรด้วยความโอหังที่ตนเองมีความรู้ความสามารถโดดเด่นเหนือผู้อื่น และความแปลกแยกที่ตนเองตื่นรู้ทว่าผู้อื่นงมงายอยู่หลายส่วนก็เป็นได้
หลี่ว์เสี่ยนนับตั๋วเงินเสร็จก็ผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ เอาตั๋วเงินยัดใส่อกอย่างคล่องแคล่วชำนิชำนาญ “นับแล้วถูกต