้อง”
เยี่ยนหลินจึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นพวกเราขอลา”
การค้ารายใหญ่ราคาสามพันตำลึงใช่จะมีได้บ่อย ๆ หลี่ว์เสี่ยนแสดงความสามารถของพ่อค้าคนกลางออกมาหมดสิ้น เค้นรอยยิ้มเต็มใบหน้าเดินส่งคนทั้งสองถึงประตูด้วยตนเอง
เจียงเสวี่ยหนิงติดตามอยู่ด้านหลังเยี่ยนหลินอุ้มพิณลงจากตึก
คิดไม่ถึงว่าใต้ตึกนั้นกลับมีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาก็ประจันหน้าพวกนางเข้าพอดี
ครั้นมองดูก็คือเจี้ยนซู บุคคลข้างกายเซี่ยเวยนั่นเอง
นางหนังตากระตุก
เจี้ยนซูมักอยู่ข้างกายเซี่ยเวยเสมอ นอกจากนี้ยังมีวิชากระบี่เป็นเลิศ เยี่ยนหลินเคยเห็นเขาและรู้จักเขา เมื่อเห็นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เซี่ยเซียนเซิงใช้เจ้าทำงานอีกแล้วสินะ”
เจี้ยนซูคารวะเขาพลางหัวเราะเช่นกัน “ใช่แล้วขอรับ”
ครั้นพูดจบก็เคลื่อนสายตา มองเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งตามหลังเขามา เท้าซึ่งเดิมทีกำลังจะย่างก้าวต่อไปพลันหยุดชะงักอีกครั้ง “คารวะคุณหนูรองหนิง”
เจียงเสวี่ยหนิงอึ้งเล็กน้อย ผงกศีรษะแสดงมารยาทตอบกลับ
เยี่ยนหลินได้ยินคำพูดนี้กลับเลิกคิ้วทันที รู้สึกแปลกใจพอสมควร ใช้สายตาแปลกประหลาดเล็กน้อยมองเจี้ยนซูผาดหนึ่ง ‘คุณหนูรองหนิง’ นี่มันการเรียกขานอะไรกัน
ทว่าคล้ายเจี้ยนซูไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติเมื่อกล่าวคารวะแล้วก็ขึ้นตึกไปด้วยความรีบร้อน
ภายในร้านโยวหวง หลี่ว์เสี่ยนกำลังเตรียมตัวจะปิดร้าน คิดรินสุราถ้วยเล็กให้ตนเองถ้วยหนึ่งเพื่อฉลองที่ขายพิณได้ในราคามหาศาลสักหน่อยแต่มือทั้งสองข้างเพิ่