งจะสัมผัสประตูก็เห็นเจี้ยนซูเดินมาหา
เขาหางตากระตุก รีบเคลื่อนไหวหมายจะปิดประตูทันที
คาดไม่ถึงว่าเจี้ยนซูกลับมือไวตาไว ตรงเข้ามาใช้มือข้างหนึ่งขัดตรงช่องว่างของประตู พร้อมส่งยิ้มน้อย ๆ ให้หลี่ว์เสี่ยน “ฟั้ายังสว่างอยู่เลย ไยหลี่ว์เซียนเซิงถึงรีบร้อนปิดร้านเพียงนี้เล่า?”
หลี่ว์เสี่ยนด่าทออยู่ในใจ ‘ผู้ฝึกยุทธ์ช่างหนังหนาหน้าด้านนัก หนีบให้ตาย ๆ ไปเลยดีไหมนะ’แต่เปลือกนอกกลับเผยสีหน้าประหลาดใจ คล้ายเพิ่งมองเห็นเจี้ยนซูอย่างไรอย่างนั้น ระบายยิ้มอย่างสนิทสนมเป็นที่สุด “อ้าว เจี้ยนซูนี่เอง! ที่ข้ารีบปิดร้านก็เพราะมองไม่เห็นว่ามีลูกค้าอย่างเจ้ามาอย่างไรเล่า ว่าอย่างไร เจ้านายของเจ้าทำให้พิณพังไปคันหนึ่ง โมโหตายอยู่ที่บ้านแล้วหรือเปล่า?”
เจี้ยนซูอดหน้าถมึงทึงไม่ได้ “ไม่รบกวนให้หลี่ว์เซียนเซิงต้องเป็นกังวล”
ดวงตาหลี่ว์เสี่ยนฉายแววมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นขึ้นมาอีกครา “อยากจะซื้ออะไร?”
เจี้ยนซูตอบ “ไม่ได้ซื้อของ แต่มีธุระขอรับ”
หลี่ว์เสี่ยนพอได้ฟังเช่นนี้ก็สีหน้าแปรเปลี่ยนผลักมือที่ขัดประตูของอีกฝั่ายออกไปทันที พูดตัดบทว่า “ข้าไม่มีเงิน เจ้ารีบไปเสีย”เจี้ยนซูไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย “ท่านโหวน้อยเยี่ยนเพิ่งจะจากไปไม่ใช่หรือ?”
หลี่ว์เสี่ยนโกหกตาไม่กะพริบ “พิณคันนั้นไม่มีราคาค่างวด”
เจี้ยนซูหัวเราะอย่างเย็นชา เขาปล่อยมือแสร้งทำท่าว่าจะจากไป “เช่นนั้นข้าจะกลับไปรายงานเซียนเซิงว่าในบัญชีของท่