รบถ้วนสิเจ้าคะ ครั้งนี้พวกบ่าวไม่อาจติดตามไปด้วยได้ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกนางกำนัลที่อยู่ในวังเป็นเช่นไร ไม่ได้ใช้งานคราวนี้คราวหน้าก็อาจจะได้ใช้นะเจ้าคะ มิหนำซ้ำคุณหนูของพวกเราเป็นผู้ที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อแต่กลับมีชื่อได้เป็นพระสหายร่วมศึกษาแต่เพียงผู้เดียวอีกต่างหาก จะแพ้อะไรก็ได้ แต่ห้ามแพ้เรื่องความมีหน้ามีตาเด็ดขาดเจ้าค่ะ!”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังแล้วหนังตากระตุกควรไปตามแม่ค้าทาสมาจับยายเด็กคนนี้ขายออกไปจะดีกว่าใช่หรือไม่
เหตุใดถึงไม่อยากให้พูดเรื่องไหนก็พล่ามเรื่องนั้นกันนะ
นางก้มหน้าหยิบผลไม้แช่อิ่มขึ้นมากินชิ้นหนึ่งพลิกหน้าหนังสืออ่านต่อ ไม่สนใจว่าพวกนางจะกระวีกระวาดทำอะไรอีกแล้ว
อย่างไรเสียนางก็ไม่คิดจะอยู่ในวังนานนัก
เพียงแต่สิ่งนี้ไม่อาจพูดออกไปได้
หากให้ผู้อื่นรู้ว่านางเจตนาวางแผนเล่นตุกติกเพราะไม่อยากเข้าวัง เกรงว่าคงนำพาความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นมาสู่ตัว
คนรู้ยิ่งน้อยยิ่งดี ทางที่ดีที่สุดคือไม่มีเลย
กอ่านไปได้สองหน้า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดัง‘ปึก’ เหมือนมีวัตถุขนาดเล็กบางอย่างกระแทกบานหน้าต่าง
เจียงเสวี่ยหนิงเงยศีรษะขึ้นมอง เบื้องนอกมีเพียงแสงตะวัน
ขณะกำลังจะก้มหน้าอ่านต่อ ก็มีเสียง ‘ปึง’เบา ๆ อีกครั้ง
ครั้งนี้กระแทกกรอบหน้าต่าง กระดอนหนหนึ่งก่อนจะกลิ้งหล่นลงบนหนังสือของนาง
นางหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นลูกสนสีเหลืองทอง อีกทั้งยังมีรอยแตกเล็ก ๆ อยู่ด้วย
เมื่อใช้นิ้วออกแรงบีบก็แยกออกจาก