ม้จะพูดกันว่าตระกูลเยี่ยนและตระกูลเซียวเป็นตระกูลของผู้มีอำนาจสองตระกูลซึ่งทัดเทียมกันในเมืองหลวง ทว่าตระกูลเซียวของจวนเฉิงกั๋วกงเป็นตระกูลฝั่ายพระมารดาของเสิ่นหลาง เห็นชัดว่าได้รับความไว้วางใจกว่าตระกูลเยี่ยนอยู่หน่อย
แต่ไม่รู้ว่าเรื่องที่จวนหย่งอี้โหวประสบเภทภัยมีผู้ใดผลักดันอยู่เบื้องหลังกันแน่
เจียงเสวี่ยหนิงทอดสายตามองเยี่ยนหลิน“โจวอิ๋นจือเป็นเช่นไรบ้าง?”
เยี่ยนหลินมองสาวใช้ซึ่งกำลังสาละวนภายในห้องนาง วางลูกสนลงบนโต๊ะริมหน้าต่าง ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งยันขอบหน้าต่างพลิกตัวขึ้นมานั่งขาข้างหนึ่งห้อยอยู่ข้างนอกส่วนอีกข้างชันบนขอบหน้าต่าง หยิบผลไม้แช่อิ่มของนางขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง
จากนั้นถึงตอบกลับว่า “คนผู้นี้น่าสนใจอยู่บ้าง”
เขาหวนนึกครู่หนึ่ง แล้วเผยสีหน้าชื่นชมอย่างยิ่งออกมา “ข้าพบเขาก่อนออกจากเมืองหลวงไม่แสดงความต่ำต้อยและไม่เย่อหยิ่ง สุขุมหนักแน่นไม่วู่วาม อาจเพราะเดิมทีเป็นองครักษ์เสื้อแพรอยู่แล้ว จึงเข้าใจเรื่องราวน้อยใหญ่ภายในราชสำนักเป็นอย่างดี น่าจะเป็นคนที่ทำงานดีคนหนึ่ง เพียงแต่สาเหตุที่ข้ารู้สึกว่าคนผู้นี้ใช้งานได้กลับไม่ใช่แค่เพราะสาเหตุนี้ ช่วงนี้มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับเขา ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินหรือไม่?”
เจียงเสวี่ยหนิงสงสัย “ช่วงนี้มีมือสังหารปรากฏตัวในเมืองหลวง ไม่ค่อยสงบสุขนัก ข้าไม่ได้ออกไปไหน และไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวภายนอกอีกด้วย มีเรื่องอะไรหรือ?”
เยี่ยนหลินจึง