่ว่าซื่อจื่อ จวนเฉิงกั๋วกงก็ส่งเทียบเชิญมาเช่นกันนะขอรับ หากถึงเวลาแล้วท่านไปที่จวนชิงหย่วนปั๋อ…”
ตระกูลเซียวของจวนเฉิงกั๋วกงเป็นตระกูลใหญ่เพียงตระกูลเดียวในเมืองหลวงที่เทียมทัดเคียงบ่าเคียงไหล่ตระกูลเยี่ยนได้เมื่อยี่สิบปีก่อนทั้งสองตระกูลเคยมีวิวาห์เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลอีกด้วย
ทว่าตอนนี้น่ะหรือ…
เยี่ยนหลินหัวเราะเย้ยหยัน “จวนเฉิงกั๋วกงมีพวกผู้ใหญ่ไปร่วมงาน ส่วนพวกผู้เยาว์ก็แค่ไปเป็นเพื่อนเท่านั้น มิหนำซ้ำจวนหย่งอี้โหวของพวกเรากับจวนเฉิงกั๋วกงไม่ได้คบค้าสมาคมกันมาตั้งนานแล้ว ข้าไม่ไปก็ไม่เห็นมีอะไรน่าแปลกเลย เจ้าจะพูดจาไร้สาระทำไม รีบไปเสียสิ”
ชิงเฟิงไม่กล้าพูดให้มากความ เพียงเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นจะให้แจ้งคุณหนูรองเจียงหรือไม่ขอรับ?”
อยากลองดูสิว่าพอนางเห็นข้าแล้วจะหาข้ออ้างผีสางอะไรมากลบเกลื่อนอีก!”
เสิ่นเจี้ยหัวเราะเยาะเขา “นิสัยของเจ้านี่นะ”
ครั้นกล่าวจบและครุ่นคิดอย่างถ้วนถี่สักพักเสิ่นเจี้ยก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าไปร่วมสนุกที่จวนชิงหย่วนปั๋อด้วยก็ได้”
เยี่ยนหลินเลิกคิ้วมองอีกฝั่าย
เสิ่นเจี้ยกลับดื่มชาด้วยท่าทีเอ้อระเหยอธิบายว่า “เจ้าก็รู้ข่าวลือในวังหลวงช่วงนี้นี่นาต่างลือกันว่าเสด็จพี่ทรงคิดจะแต่งตั้งข้าให้เป็นพระอนุชารัชทายาท วันนี้ตอนออกมาจากตำหนักเหวินหวา เซี่ยเซียนเซิงกล่าวชี้แนะข้าบอกว่าคำคนในราชสำนักน่ากลัว ต่อให้ข้าไม่ได้กระทำเรื่องที่ต้องละอายแก่ใ