แพร่ออกไปแล้ว เทียบตอบกลับและเทียบเชิญสารพัดอย่างปลิวว่อนเข้าหาจวนชิงหย่วนปั๋อราวกับหิมะ
โต๊ะกินเลี้ยงที่พวกเขาจัดเตรียมไว้แต่เดิมนั้นนึกว่ามากเกินไปแต่คาดไม่ถึงว่าครั้นใช้ลูกคิดคำนวณ กลับยังไม่เพียงพอ!
ดังนั้นพวกเขาจึงทำงานกันหามรุ่งหามค่ำลานเรือนสว่างไสวด้วยแสงโคมไฟตลอดคืนเพราะเกรงว่าจะจัดเตรียมไม่เรียบร้อยจนทำให้วันพรุ่งนี้ดูแลแขกเหรื่อได้ไม่ทั่วถึง
จวนตระกูลโหยวมีคุณหนูบุตรีภรรยาเอกอยู่สองคน คุณหนูใหญ่มีนามว่าโหยวซวง ส่วนคุณหนูรองมีนามว่าโหยวเย่ว์
รูปโฉมของสองศรีพี่น้องอยู่ในระดับกลาง ๆค่อนไปทางดีเมื่อได้ยินบ่าวแจ้งว่าหลินจืออ๋องกับท่านโหวน้อยจะมา ทั้งสองต่างเบิกตาโพลง ตกใจจนต้องเอามือปั้องปาก
บ่าวผู้นั้นใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี เอ่ยกับพวกนางสองคนว่า “ท่านปั๋อฝากคำพูดมา ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งนัก คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองต้องเตรียมตัวให้พร้อม แต่งกายให้หมดจดงดงามนะขอรับ”
คำพูดประโยคนี้กำกวมมาก
แต่โหยวซวงและโหยวเย่ว์สองคนล้วนฟังเข้าใจ พวกนางหน้าแดงเล็กน้อย ทว่าปากกลับตอบไปว่า “ท่านพ่อห่วงเกินไปแล้วจริง ๆ งานเลี้ยงสำคัญเช่นนี้ พวกเราสองพี่น้องย่อมไม่อาจทำให้จวนหย่วนชิงปั๋อเสียหน้าอยู่แล้ว”
บ่าวรับคำอย่างต่อเนื่อง “ขอรับ”
โหยวซวงกลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
ใบหน้านางเย็นชาลงเล็กน้อย ขมวดคิ้วครุ่นคิด “น่าแปลกจริง จวนของเราไปคบค้าสมาคมกับจวนหย่งอี้โหวตั้งแต่เมื่อใด? ข้าไม