สื้อแพรอยู่ข้างนอก ปล่อยให้เขารอโดยปราศจากคำตัดพ้อพร่ำบ่นแม้แต่คำเดียวได้อีกเล่าเจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้ว่าตนออกมาจากห้องอักษรได้อย่างไร
นางรู้เพียงว่า ฝีเท้าของนางหนักแน่นและมั่นคงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ตั้งแต่ออกจากห้องอักษรจนมาถึงระเบียงทางเดิน ครั้นเห็นว่ากำลังจะกลับถึงเรือนของตนแล้ว จู่ ๆ นางก็แข้งขาไร้เรี่ยวแรง เดินสะดุดโดยไม่รู้ตัวจนต้องเกาะเสาของระเบียงทางเดินด้านข้าง ใบหน้าซีดเผือด นั่งอ่อนระทวยอยู่ตรงระเบียงทางเดิน
พลาดแล้วเพิ่งจะย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ก็กระทำความผิดครั้งใหญ่จนถึงแก่ชีวิตเสียแล้ว!
นางจำภาพเหตุการณ์ยามพบเซี่ยเวยเป็นครั้งแรกในตอนนั้นได้ไม่มีวันลืม
ชายหนุ่มยังไม่หายจากอาการหวัด ใบหน้าอมโรค สวมชุดชาวบ้านธรรมดาสามัญสีขาวปราศจากเครื่องประดับใด ๆ มือกอดพิณคันหนึ่งสีหน้ามีเค้าความอิดโรย ทว่าริมฝีปากกลับเจือรอยยิ้ม เขาเดินมาถึงข้างรถม้าแล้วผงกศีรษะให้นางเล็กน้อย
ตอนนั้นนางไม่รู้เลยว่าภายภาคหน้าคนผู้นี้จะกลายเป็นมหาราชครูผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ในราชสำนัก และยิ่งไม่รู้เลยว่าภายภาคหน้าคนผู้นี้จะเข่นฆ่าสังหารเชื้อพระวงศ์จนหมดสิ้น…
หากนางรู้ ระหว่างการเดินทางช่วงนั้น นางอาจเลือกเก็บงำนิสัยชั่วร้ายของตนไปเสีย และทำตัวเป็นคนดีด้วยบ้าง
ไม่สิ…
ถ้าหากรู้ นางจะไม่มีวันกรีดเลือดให้เขาครึ่งถ้วยเพื่อใช้เป็นตัวยา ขณะกำลังเผชิญภยันตรายกลางปั่าเขาลำเนาไพรอย่างแน่นอน!
ชาติก่อนเขาเล็งอาวุธใส่