ตระกูลเซียว พุ่งเปั้าไปที่เชื้อพระวงศ์มาตั้งแต่แรก นางเคยตั้งคำถามกับเซี่ยเวยว่าเหตุใดเขาถึงกล้ากระทำเรื่องที่ผิดต่อสวรรค์ ทำลายชีวิตผู้คนเช่นนี้
เซี่ยเวยใช้พู่กันทรงพระอักษรแต้มสีแดงชาดแล้วขีดเป็นเครื่องหมายลงบนสมุดรายนามเบา ๆคราหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาว่า “พระองค์มิใช่สวรรค์ แล้วจะทราบได้อย่างไรว่านี่เป็นการผิดต่อสวรรค์ ไม่ใช่ผดุงคุณธรรมแทนสวรรค์?”
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้งทันที
เขาวางพู่กัน มองนางด้วยสายตาเรียบนิ่ง“ส่วนการที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพมาจนถึงวันนี้ได้ ก็นับเป็นความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของคนแซ่เซี่ยแล้ว สมัยนั้นกระหม่อมล้มปั่วยจนเลอะเลือน เคยพูดเรื่องผิดทำนองคลองธรรมอย่างใหญ่หลวงต่อพระองค์ โชคดีที่ยามนั้นพระองค์ความจำไม่ดีนัก ทั้งยังมิใช่คนเจ้าคิดเจ้าแผนการเมื่อเข้าวังแล้วกระหม่อมจึงสั่งให้คนมาหยั่งเชิงอยู่สามครั้ง แต่พระองค์กลับจดจำไม่ได้เลยสักนิดดังนั้นกระหม่อมถึงวางใจ ปล่อยให้พระองค์มีพระชนม์ชีพอยู่ต่อมาถึงสองปี มิเช่นนั้นวันที่คนแซ่เซี่ยยังเป็นรองราชครู ศีรษะของพระองค์คงแยกออกจากร่างไปแล้ว”
ยามนั้นเขาหัวเราะพลางยื่นมือทำท่ากรีดคอตนเองเบา ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกเหมือนทั่วร่างกำลังแช่อยู่ในน้ำอันเย็นเยียบ
สายตาเจือรอยยิ้มของเขาช่างน่าขนลุกยิ่งกว่าท้องฟั้ายามราตรีครานั้นเสียอีก
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ สาเหตุที่เซี่ยเวยเข้าเมืองหลวงแล้วไม่ได้สังหารนาง เป็นเพราะนางจำไม่ได้และไม่ฉ